Inspiration2

เมื่อ: Friday, July 22nd, 2011 26 ความคิดเห็น »
 
แด่…ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์
นานาทัศนะ วันจันทร์ที่ 18 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2554 20:59 น.
โดย…ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์

สัปดาห์นี้อันที่จริงคิดว่าจะว่ากันถึงเรื่อง “นักเขียน” ต่อไปอีกซักนิด…แต่เผอิญไปได้ยินข่าวคราวว่าด้วยเรื่องของ “นักข่าว” ระดับอาวุโส หรือระดับบรรณาธิการรายหนึ่ง ที่ถูกหยิบเอามาพูดจาอยู่ในเว็บไซต์ต่างๆ อยู่พอประมาณนั่นก็คือผู้ที่มีชื่อว่าคุณ “ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์” แห่งหนังสือพิมพ์มติชน ในฐานะคนที่เคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องการข่าว หรือการเป็นนักข่าว ในพื้นที่นี้ไปบ้างแล้ว จะไม่หยิบเอาเรื่องราวเหล่านี้มาพูดถึงซะเลย ก็ดูกระไรอยู่…ฉะนั้น สัปดาห์นี้ คงต้องขออนุญาตหยิบเอาเรื่องคุณ “ประสงค์” มาพูดจาติดปลายนวมเอาไว้เล็กๆน้อยๆ…

แม้ว่าจริงๆแล้ว ตัวเองจะไม่เคยมีโอกาสพบปะ พูดคุย กับคุณ “ประสงค์” อย่าง เป็นเรื่อง เป็นราวเลยซักครั้ง เท่าที่นึกออก ครั้งหนึ่งระหว่างนั่งคุยกับหลานสาวแท้ๆ อยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวๆริมถนนเลียบคลองประปา หรือในช่วงที่เกษียณอายุราชการจากแวดวงข่าวไปแล้วหลายปี คุณ “ประสงค์” ท่าน เผอิญผ่านทางมากับน้องนักข่าวคนหนึ่ง ซึ่งเคยทำงานด้วยกันมาก่อน เลยพอได้ทักทายกันประมาณคำ-สองคำ ในฐานะคนที่เคยอยู่ในแวดวงเดียวกันจากบุคลิค ลักษณะของท่าน ก็ดูจะสุภาพ อ่อนน้อม ถ่อมตนสมกับเรื่องราว คำโจษจัน ที่ใครต่อใครเคยถ่ายทอดให้ตัวเราได้รับทราบมาก่อนหน้านั้นอยู่พอสมควร คือสรุปว่าน่าจะเป็น“นักข่าวที่ดี”ที่มีความเอาจริง เอาจัง กับหน้าที่ วิชาชีพ พอที่จะเป็นหลัก เป็นกำลังสำคัญให้กับหน่วยงานที่ท่านสังกัด หรือแม้กระทั่งกับแวดวงสื่อมวลชนได้เป็นอย่างดี และเมื่อได้รับทราบข่าวคราวในภายหลังว่าท่านได้รับการยอมรับให้ดำรงตำแหน่ง เป็นนายกสมาคมนักข่าวจึงไม่ถึงกับแปลกใจอะไรแม้แต่นิด เพราะโดยคำร่ำลือเท่าที่เคยรับฟังมานานหลายสิบปี หรือโดยบุคลิกลักษณะซึ่งได้พบเห็นจากตัวเป็นๆ ท่านน่าจะเหมาะต่อการได้รับความยอมรับให้ดำรงตำแหน่งนี้ อย่างไม่น่าติดใจสงสัย ใดๆทั้งสิ้น…

ด้วยเหตุนี้…เมื่อทราบข่าว ว่าท่านจะไม่ได้เขียนบทความในหนังสือพิมพ์ซึ่งท่านสังกัดอีกต่อไปแล้ว จะโดยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ ก็อดที่จะสะท้อนใจขึ้นมาไม่ได้…เรียกว่าคาดไม่ถึงหรือคิดไม่ถึง ว่าผู้ซึ่งน่าจะถือว่าเป็น “นักข่าวที่ดี” ผู้ มีความเอาจริง เอาจัง กับหน้าที่และวิชาชีพสื่อมวลชน ที่ออกจะมีน้อยอยู่แล้ว หรือน้อยลงไปทุกที ในแวดวงสื่อมวลชนยุคหลังๆ กลับต้องมาเจอกับสภาวะเช่นนี้ แน่นอนว่าด้วยเหตุผลกลใดถึงทำให้ท่านต้องตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้ ในฐานะผู้ที่อยู่ห่างไปจากแวดวงสื่อมวลชนมานานแล้ว คงไม่อยากที่จะไปแสดงความ คิดความเห็นใดๆให้ ต้องกลายเป็นการก้าวก่าย แทรกแซง หรือกลายเป็นการ “ตอมแมลงวัน” ที่แมลงแต่ละตัวต่างเคยเป็นที่รู้จัก คุ้นเคย กันมาก่อนด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่อยากจะให้ “กำลังใจ” กับ ตัวท่าน อยากให้ตัวคุณ“ประสงค์” ได้รับรู้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวท่านนั้น เป็นเรื่องสำคัญ ก่อให้เกิดความสะท้อนใจ สะเทือนใจ กับผู้ที่เคยคลุกคลีอยู่ในแวดวงชนิดนี้อย่างตัวเราเองอยู่ไม่น้อยทีเดียว…

โดย เฉพาะเมื่อย้อนคิดไปถึงยุคอดีต…ครั้งหนึ่ง ขณะตัวเราเองยังไม่ได้มีโอกาสย่างกรายเข้ามาในแวดวงสื่อมวลชนแบบจริงๆจังๆ เอาเลยแม้แต่น้อย เคยแค่เขียนบทความแสดงความคิด ความเห็น มายังหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ ตามประสาคนหนุ่มที่กำลังคึก หรือกำลังร้อนวิชา หลังจากเพิ่งเลิกนุ่งกางเกงขาสั้นได้หมาดๆ แต่เมื่อบทความชิ้นหนึ่ง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งจนเรื่องไปไกลถึงโรงถึงศาล และผู้รับผิดชอบในหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น ยอมรับต่อแรงกดดันของผู้มีอำนาจ ยอมส่งตัวเราไปขึ้นเขียง จนติดคุกตั้งแต่อายุได้ 17 ปีเท่านั้น ปรากฏว่ามีนักหนังสือพิมพ์รายหนึ่ง ซึ่งท่านทำงานอยู่ในหนังสือฉบับนั้น และไม่เคยรู้จัก มักจี่ ไม่เคยเห็นหน้าค่าตา ตัวเรามาก่อนเลย เพราะโดยสถานะของตัวเราขณะนั้น ต้องเรียกว่า “ “ยังไม่ทันเป็นวุ้น” หรือ “กระจอก” เอามากๆ แทบไม่มีความสำคัญใดๆต่อแวดวงสื่อมวลชนเอาเลยแม้แต่น้อย เป็นแค่ “คนนอก” หรือแค่ “นักข่าวธรรมดาๆ” ยัง เป็นไม่ได้ แต่นักหนังสือพิมพ์ท่านนั้น ซึ่งมีฐานะไม่ต่างอะไรไปจากอินทรีแห่งวงการสื่อมวลชนขณะนั้นเอาเลยก็ว่าได้ ท่านกลับให้ความสำคัญต่อเรื่องราวเหล่านี้ไม่น้อย แน่ล่ะ…ไม่ใช่ในแง่ตัวบุคคล แต่ในแง่หลักการและจรรยาบรรณ…

เพียง เพราะกรณีของคนกระจอกๆอย่างเราเท่านั้น ทำให้ท่านถึงกับเลิกเขียนผลงานให้กับหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น จะเพื่อแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วย หรือด้วยเหตุผลใดๆก็แล้วแต่ เพราะไม่เคยได้มีโอกาสสอบถามท่าน เคยแค่ไปพบปะแสดงความขอบคุณ ต่อผู้ซึ่งใกล้ชิดกับท่าน คือคุณ “สมิต มานัสฤดี” อดีต บก.ไทยรัฐ ซึ่งอุตส่าห์ตามไปฝากฝังให้ตัวเรามีโอกาสติดคุกแบบสบายๆ ณ เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี ส่วนนักหนังสือพิมพ์ท่านนั้นย่อมไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะเป็นที่เคารพ รู้จัก ในแวดวงสื่อมวลชนไทยและเทศมานานแสนนาน นั่นก็คือคุณ “ประยูร จรรยาวงศ์” อภิมหานักเขียนการ์ตูน และอภิมหาสื่อมวลชนที่วายชนม์ไปนานแล้วนั่นเอง…

การ ที่ผู้คนในแวดวงสื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ มีสถานะระดับไหน หรือเคยรู้จักมักจี่กันมาก่อนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หันมาให้ความสำคัญต่อเรื่องราวเช่นนี้เอาไว้บ้าง อย่างน้อย…มันน่าที่จะทำให้แวดวงสื่อมวลชนเกิดความอุ่นอก อุ่นใจ เกิดสายใยความผูกพันระหว่างกันและกัน ในแง่หลักการ จรรยาบรรณ ไม่ใช่แต่เฉพาะในแง่ตัวบุคคล ซึ่งมักจะมีแต่เมาเหล้า เมายา กันไปตามสภาพ การแสดงความอนาทร ร้อนใจ ต่อใครก็ตาม ผู้ซึ่งประพฤติปฏิบัติอยู่ในร่องในรอยผู้แสดงให้เห็นถึงความเป็น “นักข่าวที่ดี” มันจึงมีความสำคัญอยู่ไม่น้อย ไม่เพียงแต่เป็นการให้ “กำลังใจ” ระหว่างกันและกันเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยปกปัก รักษา สิ่งซึ่งควรยึดถือเอาเป็น “แบบอย่าง” หรือ “ตัวอย่าง” ให้มันได้รับการส่งมอบ สืบสาน ต่อไปในแบบรุ่นต่อรุ่น…

พูดง่ายๆว่า…ถ้าหากคุณ “ประยูร จรรยาวงศ์” ท่านอยู่ เฉยๆ ไม่ได้แสดงปฏิกริยาใดๆออกมา ให้ตัวเราเกิดความรู้สึกว่า ท่านให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่าหลักการ จรรยาบรรณ เอาไว้ในลักษณะดังที่กล่าวไปแล้ว ต่อให้เราอยู่ในแวดวงสื่อมวลชน จนซังข้าวโพดหงอกแล้วหงอกอีก คงไม่มีโอกาสได้รู้สึก ซาบซึ้ง ถึงคุณค่าของสิ่งเหล่านี้เอาเลยแม้แต่น้อย แต่เพราะสิ่งที่คุณ “ประยูร” ท่าน ได้แสดงออกให้คนกระจอกๆอย่างเรา ได้ตระหนัก สำนึก เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้ามาสู่แวดวงสื่อมวลชนนั่นเอง สิ่งที่เรียกว่าหลักการ จรรยาบรรณ มันจึงประทับอยู่ในความรู้สึกชนิดไม่ต่างอะไรไปจาก “หนี้บุญคุณ” ชนิดหนึ่ง ทั้งที่มีต่อตัวท่านตลอดไปจนถึงวงการทั้งวงการ…

แต่ อาจเป็นเพราะผู้คนในแวดวงสื่อมวลชนยุคหลังๆ มักจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้คิดจะแสดงปฏิกริยาใดๆเอาเลยแม้แต่น้อย นอกจากพูดคุย นินทา กันในวงเหล้า แล้วกลับไปก้มหน้า ก้มตา ทำงาน เพื่อผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ต่อไปเรื่อยๆ ไอ้ความหมายของคำว่า หลักการ จรรยาบรรณ มันเลยถูกวางเอาไว้บนหิ้งสมาคมนักข่าว รอคอยให้นักข่าวแก่ๆแต่ละราย หยิบเอามาปัดฝุ่น ตีความ ไปตามสถานะของผู้ที่ถูกเลือกตั้งเข้ามาในแต่ละชุด แต่ละคณะ นั่นเอง คิดจะงัดออกมาใช้เมื่อไหร่ ก็มักเป็นอะไรที่เชยซ์ซ์ซ์ซ์ หรือแบ่บบ์บ์แห้งง์ง์ง์ไปทั้งสิ้น เพราะสายใยความผูกพันในลักษณะเช่นนี้มันได้ขาดวิ่น ผุพัง ไปเพราะการอยู่เฉยๆ ตามแบบเรื่องของใคร-เรื่องของมันมานานแล้ว…

และอันที่จริงการไม่คิดจะอยู่เฉยๆ ก็ใช่ว่าจะต้องเสียแรง เสียเวลา ไป “ตอมแมลงวัน” ด้วยกัน ใครจะคิดอย่างไร มีเหตุผลขององค์กร ของวิถีทางธุรกิจ แบบไหน อย่างไร ย่อมมีสิทธิ เสรี ที่จะว่ากันไปตามนั้น เพียงแต่การแสดงให้เห็นถึงความตระหนัก การให้ความสำคัญ หรือให้ “กำลังใจ” ต่อผู้ซึ่งประพฤติดี ปฏิบัติดี ภายในแวดวงสื่อมวลชนด้วยกัน อันนี้…มันไม่จำเป็นจะต้องไปตอมใครเลย ไม่ต้องไปวิตก กังวล ว่าใครจะถีบกลับ เพราะมันเป็นการแสดงความปรารถนาดีโดยบริสุทธิ์ใจ เป็นการแสดงออกถึงความชื่นชมต่อสิ่งซึ่งควรจะนำมาเป็นแบบอย่าง แนวทางไปตามสิทธิเสรีภาพของแต่ละปัจเจกบุคคลนั่นเอง…

Link : http://www.innnews.co.th/แด่-ประสงค์-เลิศรัตนวิสุทธิ์–297459_23.html

No tags for this post.
Tags :

หนังสือ

หนังสือ คำถามที่ ''ยิ่งลักษณ์'' ไม่กล้าตอบ และหนังสือ เรื่องไม่ได้เล่าเช้านี้

วางแผงแล้ว !!

คำถามที่ "ยิ่งลักษณ์" ไม่กล้าตอบ และหนังสือ เรื่องไม่ได้เล่าเช้านี้ สำหรับใครที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ 3 ช่องทางดังนี้
1.หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป
2.สั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ 3.โทรศัพท์: 081-634-7826 (คุณเล็ก)

Popular Posts

เปิดกรุพระ“การุณ โหสกุล”หลวงพ่อดังเพียบ ปั้นราคาองค์เดียว 8 ล้าน
เปิดกรุพระ“การุณ โหสกุล”หลวงพ่อดังเพียบ ปั้นราคาองค์เดียว 8 ล้าน...
: ค้นความจริงปมเงินง... 0 comment(s) | 149450 view(s) | by admin | posted on August 1, 2012
ด่วน!ตรวจแผนที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล3ระดับ โดยTeam Group
ด่วน!ตรวจแผนที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล3ระดับ โดยTeam Group...
: พื้นที่เสี่ยงระดับ ... 3 comment(s) | 76522 view(s) | by admin | posted on October 12, 2011

Tags