PRASONG.COM เล่าข่าว...จากประสบการณ์ > About PRASONG.COM > ปรากฏการณ์ Prasong.com กับช่องทาง “คนข่าว”ในสถานการณ์เปลี่ยนผ่าน

ปรากฏการณ์ Prasong.com กับช่องทาง “คนข่าว”ในสถานการณ์เปลี่ยนผ่าน

เมื่อ: Thursday, July 26th, 2012 ไม่มีความคิดเห็น »
 

โดย ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา

ได้รับคำขอแกมบังคับจากคุณจักร์กฤษ เพิ่มพูล  ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติให้เขียนเรื่องเกี่ยวกับเว็บไซต์ prasong.com โดยคุณจักร์กฤษให้เหตุผลว่า อาจเป็นบทเรียนให้กับนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ที่ต้องมีช่องทางใหม่ในการแสดงความคิดเห็นหรือสื่อสารกับสาธารณะในสถานการณ์ที่สื่อหนังสือพิมพ์กำลังถดถอยถูกครอบงำจากอำนาจรัฐและอำนาจทุนมากขึ้นทุกที

อยู่ในแวดวงหนังสือพิมพ์มานานเกือบ 30 ปี น้อยครั้งมากที่จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง ทำให้ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี จึงขอเริ่มด้วยกลอนที่ ประสาร มฤคพิทักษ์ เขียนให้  เมื่อต้องเดินออกจากชายคามติชนเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2554  หลังจากที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้อย่างอบอุ่นมานานถึง 28 ปี

คนเรามีสิทธิ์เลือกในบางสิ่ง ชีวิตจริงเลือกไม่ได้ในบางด้าน

หมายสมัครเป็นนักข่าวแต่วันวาน จึงสืบสานสอบสวนเรื่องควรทำ

“ทำให้สุด ขุดให้ถึง”จึงประสบ จึงสู้รบความเลวร้ายทุกก้าวย่ำ

ที่ดิน ส.ป.ก.ที่เตือนย้ำ ยังจดจำกลุ่มสิบหกบีบีซี

แจ้งหนี้เท็จสี่สิบห้าล้านบาท  เปิดอุจาดซุกหุ้นถนัดถนี่

เป็นตำนานควรศึกษาเรื่องดีดี  ของคนที่หยัดยืนต้านคลื่นลม

“ถ้าอยากมั่งอยากมีเรื่องขี้ผง แต่ “ประสงค์” เป็นนกน้อยในไร่ส้ม

ประจำการด่านหน้าปากกาคม ใจสร้างสมทาง“วิสุทธิ์”สดุดี

ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจเป็นเรื่องธรรมดาที่งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา ถ้าเป็นการเลิกราตามปกติไม่มีการล้มโต๊ะหรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในบ้านหลังนี้

เปลี่ยนแปลงจนแฟนเก่าๆ ที่ติดตามอ่านมาตั้งฉบับแรกๆ สังเกตเห็นละทิ้งความภักดีที่มีมาอย่างยาวนาน แต่ในฐานะที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ไม่อาจตัดสินว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหรือแย่ลง รู้แต่ว่าเพื่อนร่วมงานเก่าๆทยอยเดินออกจากบ้านหลังนี้ไม่ขาดสาย

เวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นไปในทิศทางใด แต่ไม่ว่าอย่างไรคงหนีไม่พ้นกฎแห่งไตรลักษณ์ คือ การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ขึ้นอยู่กับว่าเร็วหรือช้าเท่านั้น (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน “รวมวิพากษ์กรณี “ประสงค์ วิสุทธิ์” www. prasong.com)

ถ้าเป็นยุคเก่าสักสิบปีก่อนหรือก่อนหน้านั้น  ถ้านักข่าวหรือนักหนังสือพิมพ์ถูกห้ามหรือไม่ให้เขียนบทความในหนังสือพิมพ์ที่ทำงานอยู่ก็แทบจะอับจนหนทางในการนำเสนอผลงานหรือความคิดเห็นของตนเองต่อสาธารณะ

ถ้าไม่เลือกที่จะสงบเสงี่ยมเจียมตัวเพื่อความอยู่รอดในองค์กร แต่ยังต้องการหาเวทีในขีดเขียนนำเสนอผลงาน แสดงความคิดเห็นต่อไปแล้ว  ก็ต้องดิ้นรนหาสังกัดใหม่หรือแคะกระปุกหรือหานายทุนออกหนังสือเองซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้นทุนในการออกหนังสือแต่ละฉบับสูง ทั้งค่ากระดาษ ค่าพิมพ์ การจัดจำหน่าย ฯลฯ รวมถึงค่าการตลาดที่จะทำให้หนังสือขายได้

แต่ในยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารพัฒนาอย่างรวดเร็ว การสร้างสื่อออนไลน์เป็นไปอย่างง่ายดายและราคาถูก ยิ่งผู้คนในสังคมจำนวนมากใช้ชีวิตอยู่กับสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) มากขึ้นทุกที    ถ้านักข่าวหรือนักหนังสือพิมพ์ถูกห้ามเขียนข่าวหรือบทความแล้ว ก็สามารถนำผลงานของตนเองนำเสนอผ่านเว็บไซต์ เว็บบล็อก หรือโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ค (มีผู้ใช้ในประเทศไทยเกือบ 10 ล้านราย ขณะที่ทั่วโลกมีผู้ใช้กว่า 800 ล้านราย) ได้โดยไม่ต้องง้อหนังสือพิมพ์อีกต่อไป

ยิ่งถ้าเป็นข้อเขียนหรือบทความที่ดีหรือ “โดน”แล้ว เพียงชั่วอึดใจ ข้อเขียนหรือบทความดังกล่าวจะถูก “แชร์”และ “ส่งต่อ”ออกไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง อาจเป็นแสนๆ ครั้งในเวลาไม่กี่วัน

การเกิดขึ้นของ prasong.com

ต้องยอมรับว่า การทำงานในองค์กรวิชาชีพอย่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นอกจากทำให้ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกับการปรับตัวของหนังสือพิมพ์และสำนักข่าวต่างๆเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี รวมทั้งรู้จักเครือข่ายต่างๆที่ทำงานเกี่ยวข้องกับองค์กรวิชาชีพอย่างกว้างขวางแล้ว

ในช่วงที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในมติชนเมื่อปลายปี 2553 คุณรพีพรรณ แสนใจงาม เจ้าหน้าที่สถาบันอิศรา เสนอให้ทำเว็บไซต์ส่วนตัวขึ้นโดยให้เหตุผลว่า เป็นคนมีข้อมูลมาก เนื่องจากทำข่าวมาอย่างยาวนานน่าจะมีข้อมูลดีๆ นำเสนอในเว็บไซต์ได้ ค่าจดชื่อเว็บไซต์หรือโดเมนเนม (domain name) ก็ไม่แพง พร้อมจะจัดหาเพื่อนๆ ดำเนินการทางด้านเทคนิคให้

จึงตัดสินใจที่จะทำเว็บไซต์ขึ้นโดยคุณรพีพรรณแนะนำว่า ควรใช้ชื่อโดเมนว่า prasong.com เพราะสั้น กระชับและชื่อ “ประสงค์” เป็นที่รู้จักในแวดวงข่าวพอสมควร

เริ่มแรกในการจัดทำได้ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปของเว็บบล็อกแบบง่ายๆ และต่อมามีการปรับปรุงเพิ่มเติมจนเว็บไซต์มีรูปลักษณ์อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ข้อมูลในเว็บไซต์ระยะเริ่มแรกนำบทความเก่าที่เคยเขียนไว้ตามที่ต่างๆ มาปรับปรุงให้ทันสมัย และบทความที่เขียนลงในมติชนรายวันสัปดาห์ละครั้งมาลง รวมทั้งเรื่อง “คำถามที่ “ยิ่งลักษณ์”ยังไม่(กล้า)ตอบ”ด้วย จากนั้นเริ่มนำบทความอื่นที่น่าสนใจนำเสนอ

ในระยะแรก เริ่มมีคนเข้ามาดูเว็บไซต์วันละ 100-200 ราย แต่มีเพื่อนๆช่วยกันโปรโมตผ่านเฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์ (twitter) ทำให้เห็นความจำเป็นที่มีทวิตเตอร์เป็นของตัวเองเพราะแต่เดิมเห็นว่า การต้องส่งทวีต (tweet) ข้อความหลายครั้งในแต่ละวันเป็นภาระหรือคิดว่าไม่มีเวลาพอซึ่งการใช้ทวิตเตอร์เผยแพร่บทความหรือข่าวที่ขึ้นเว็บไซต์ได้ผลพอสมควร ถ้าเป็นบทความที่ดีหรือ “โดน”ก็จะถูกส่งต่อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

จนกระทั่งต้นเดือนกรกฎาคม 2553 เมื่อถูกย้ายให้พ้นจากกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชนรายวันไปเป็นบรรณาธิการเฉพาะกิจของสำนักพิมพ์มติชน (พ็อกเก็ตบุ๊ก) และได้รับแจ้งจากบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชนว่า ไม่ต้องเขียนบทความประจำในหนังสือพิมพ์แล้ว จึงทวีตข้อความไปทำนองว่า “คำถามที่ “ยิ่งลักษณ์”ยังไม่(กล้า)ตอบ”เป็นบทความชิ้นสุดท้ายที่เขียนลงในมติชน พร้อมกับลิงก์ไปยังบทความใน prasong.com

ด้วยข้อความเพียงเท่านั้น  ยอดผู้อ่านใน prasong.com พุ่งพรวดขึ้นเป็นหลักพันต่อวัน และบทความดังกล่าวถูกแชร์ ส่งต่อ เกิดวิพากษ์วิจารณ์และนำไปลงในเว็บต่างๆจำนวนมาก เมื่อถึงปลายเดือนกรกฎาคม ฝ่ายบริหารของบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ได้ส่งคนมาบอก “เลิกจ้าง”ทำให้ต้องเดินออกมาจากบ้านที่อยู่มานานเกือบ 30 ปี ข่าวที่แพร่ออกไปก่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในแวดวงสื่อมวลชนและคนที่สนใจทำให้ยอดเข้าดู prasong.com พุ่งขึ้นหลายพันรายต่อวันติดต่อกัน

อีกไม่กี่วันต่อมา มีโอกาสพบหน้า สุทธิชัย หยุ่น ผู้อาวุโส แต่เป็นผู้นำทางด้านการใช้โซเชียลมีเดียในแวดวงสื่อสารมวลชน ได้วิเคราะห์ว่า ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้มติชนต้องเลิกจ้าง “ประสงค์” เนื่องจากการเกิดขึ้นของ prasong.com (โดยสุทธิชัยไม่รู้สายสนกลในและปัญหาที่เกิดขึ้นในบริษัท มติชน ) เพราะเมื่อ “ประสงค์” ไม่ได้เขียนบทความในหนังสือพิมพ์มติชน แต่กลับปรากฏผลงานผ่านทาง prasong.com ถ้าบทความดังกล่าวได้รับความนิยมก็จะถูกเผยแพร่ต่อทางโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง จนกระทั่งวันหนึ่ง prasong.com (ในเครื่องหมายคำพูด) อาจได้รับความนิยมหรือเป็นที่รู้จักมากกว่ามติชนก็เป็นได้

ขณะที่บทความซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันมีอายุสั้นเพียง1-2 วัน ส่วนที่บทความในเว็บไซต์และโซเชียล มีเดียอยู่ตลอดไปและสามารถค้นหาได้ตลอดเวลา สุทธิชัย หยุ่น จึงเชื่อว่า การเกิดขึ้นของ prasong.com เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มติชนเลิกจ้าง “ประสงค์”เพื่อป้องกันมิให้คนในสังกัดตัวเองมีอิทธิพลเหนือกว่าต้นสังกัดผ่านทางโซเชียลมีเดีย

รูปแบบและเนื้อหาของ prasong.com

เนื่องจาก prasong.com เป็นเพียงเว็บไซต์ส่วนตัว ยังมิได้มีความมุ่งหวังที่จะทำเป็นธุรกิจหรือหารายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ  การเขียนเรื่อง คัดสรรบทความหรือเรื่องราวต่างๆ เพื่อนำเสนอจึงมิได้ยึดติดรูปแบบใด

เพียงแต่ให้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ให้ความรู้และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะก็จะถูกนำเสนอในหลากรูปแบบ แต่ทั้งหลายทั้งปวง พยายามที่จะให้เป็นไปตาม“ข้อเท็จจริง”มากที่สุด

ดังนั้นผู้ที่เข้ามาอ่านเว็บไซต์นี้ อย่าคาดหวังว่า การนำเสนอต้องเป็นไปในรูปแบบของข่าว สารคดี บทความตามที่เคยเห็นหรือคุ้นชิน

ในช่วงเกิดสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา  prasong.com ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับน้ำท่วมเป็นหลักโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม วิธีการในการรับมือน้ำท่วม  วิธีการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำลด ฯลฯ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีอยู่อย่างกระจัดกระจาย จึงนำมารวบรวมไว้และนำเสนออย่างต่อเนื่อง ปรากฏว่า มียอดผู้เข้าชมเว็บไซต์พุ่งสูงขึ้นจนบางวันเกือบ 20,000 รายต่อวัน

อาจกล่าวได้ว่า prasong.com ได้นำแผนที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมของบริษัท Team Group ลงเป็นเว็บไซต์แรกๆจนมีคนเข้าดูหลายหมื่นราย

ดังนั้นเมื่อค้นคำว่า “แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม” ใน google พบว่า prasong.com เป็นเว็บไซต์แรก

 

           รูปภาพ“แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม” ใน google พบว่า prasong.com เป็นเว็บไซต์แรก

จากการตรวจสอบยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ พบข้อเท็จจริงซึ่งเป็นแนวโน้มที่แสดงให้เห็นพฤติกรรมของผู้คนในโลกออนไลน์ว่า การเข้าดูข้อมูลข่าวสารทางเว็บไซต์โดยตรงนั้นมีน้อย แต่ส่วนใหญ่เข้าดูผ่านทางโซเชียล มีเดีย เช่น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ราว 30-40%  เข้าดูผ่านทางเครื่องมือค้นหา เช่น google  ประมาณ 20-30%  การเข้าดูเว็บไซต์โดยตรงประมาณ 30%

ยิ่งการขยายตัวของสมาร์ทโฟนหรือโทรศัพท์ที่เป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพาเป็นไปอย่างกว้างขวางมากขึ้นเท่าไหร่ การเข้าดูเว็บไซต์ผ่านโซเชียลมีเดียจะมีสัดส่วนสูงขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นการใช้โซเชียลมีเดีย เป็นเครื่องมือในการเผย แพร่ข่าว บทความที่อยู่ในเว็บไซต์ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ด้วยระยะเวลาที่ก่อตั้งมาเพียง 4 เดือน (นับถึงช่วงน้ำท่วม) และจัดการเนื้อหาเพียงคนเดียว เมื่อเทียบกับจำนวนผู้เข้าชมแล้วน่าจะถือได้ว่า ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่การที่จะทำให้เว็บไซต์เติบโตไปมากกว่านี้อย่างไร คงต้องทุ่มเทกำลังกาย กำลังสมอง และอาศัยระยะเวลามากกว่านี้ซึ่งยังไม่อาจบอกได้ว่า เมื่อไหร่

ในระยะหลังต้องยอมรับว่า prasong.com อาศัยรายงานข่าวเชิงสืบสวนจากสำนักข่าวอิศรา(www.isranews.org)  เป็นหลัก แต่ก็ยังคงเสาะแสวงหาข่าวและบทความจากแหล่งต่างๆ มานำเสนอด้วยเช่นกัน

 

 

ข้อจำกัดของ prasong.com

แม้ prasong.com เป็นที่รู้จักในแวดวงข่าวพอสมควรในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่ข้อจำกัดของเว็บไซต์ดังกล่าวคือ ในกระบวนการการเขียนบทความ เขียนข่าว คัดเลือกบทความหรือข้อเขียนต่างๆจนกระทั่งปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ การเผยแพร่ผ่านโซเชียล มีเดีย ต้องจัดการเนื้อหาเพียงคนเดียวซึ่งแน่นอนว่าด้วยภาระงานประจำและภาระส่วนตัวทำให้ไม่สามารถเขียนบทความ ข่าวหรือเสาะแสวงหาเรื่องต่างๆ มานำเสนอเพื่อสนองตอบความต้องการของผู้อ่านได้อย่างสม่ำเสมอทุกวัน

ขณะที่เว็บไซต์ซึ่งประสบความสำเร็จ สามารถรักษาระดับผู้เข้าชมไม่ให้ลดลงหรือดึงดูดให้ผู้เข้าดูมากขึ้น ต้องมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาอย่างรวดเร็วและทันสมัยอยู่เสมอ รวมทั้งการคัดเลือกเนื้อหาต้อง “น่าสนใจ”มานำเสนออย่างต่อเนื่องด้วย

อาจจะมีผู้เสนอว่า สามารถแก้ไขข้อจำกัดนี้ได้ด้วยการตั้งทีมงานขึ้นมาช่วยเหลือในด้านเนื้อหาซึ่งอาจทำได้ในกรณีต้องบการยกระดับการดำเนินงานของ prasong.com ให้เป็นสำนักข่าวหรือธุรกิจที่หารายได้อย่างจริงจังมากขึ้นเพื่อจะได้มีเงินทุนเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับทีมงานที่มาช่วยเหลือ

แต่ด้วยวัตถุประสงค์เริ่มแรกในการจัดตั้ง prasong.com ขึ้นนั้น มิได้มีความมุ่งหมายที่จะหารายได้ เพียงแต่เป็น “ช่องทาง” ในการแสดงความคิดเห็นและเป็น “เวทีกลาง”สำหรับผู้ที่ต้องการเสนอความคิดเห็นผ่านพื้นที่สาธารณะเล็กๆเท่านั้น

กอปรกับชื่อ prasong.com เป็นนามส่วนตัวของผู้ก่อตั้งเท่านั้น การที่จะพัฒนาขึ้นเป็นสำนักข่าวหรือหารายได้อย่างเป็นล่ำเป็นสันคงเป็นข้อจำกัดอย่างยิ่งด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามเจ้าของเว็บไซต์สามารถหารายได้เล็กๆน้อยๆ จากการติด  Google AdSense  ซึ่งขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และไม่มีค่าใช่จ่ายในการสมัคร  หลังจากสมัครและนำโค้คมาติดที่หน้าเว็บ  หากมีคนเข้าชมและกดคลิกที่โฆษณาก็จะได้รับเงินส่วนแบ่งจาก  Google  โดยปกติระบบจะตัดเงินเมื่อได้ยอดครบ 100 เหรียญ USD  ส่วนรายได้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ และยอดคลิกที่โฆษณาด้วย

รูปภาพ โฆษณา Google AdSense   ในหน้าเว็บไซต์ prasong.com

ทั้งนี้การหารายได้จาก Google Adsense  ควรทำ  Search Engine Optimization  (SEO) หรือการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆของการค้นหาผ่านเว็บ Search ควบคู่ไปด้วย อาทิ  Google.com  ยิ่งติดอันดับต้นๆ ยิ่งทำให้มีโอกาสให้คนเข้าชมเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น  เพราะการที่มีผู้เข้าชมยิ่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่คนจะคลิกโฆษณาได้มากขึ้นเท่านั้น  (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากภาคผนวก)

การก่อตั้ง prasong.com ขึ้นมานั้น  นอกจากเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆให้กับบางคนที่ต้องการจะเปิด “ช่องทาง” การสื่อสารกับสาธารณะโดยตรงด้วยตนเองแล้ว   ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่า การปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ด้วยอำนาจทุนและอำนาจทางการเมืองที่เข้ามาครอบงำสื่อกระแสหลักไม่อาจทำได้โดยง่าย ต่อไปขึ้นอยู่กับ “คนข่าว” ตัวเล็กๆ ว่า จะยอมสยบกับอำนาจดังกล่าวหรือไม่เท่านั้น

 

ภาคผนวก

Google AdSense คือ บริการหนึ่ง จากเว็บไซต์ Google.com ที่เปิดโอกาสให้กับผู้ที่มี บล็อก (Blog) หรือเว็บไซต์ สามารถสร้างรายได้โดยการนำโฆษณาของ Google มาใส่ไว้ที่เว็บไซต์ของเรา ซึ่งโฆษณาต่างๆ ของ Google เป็นโฆษณาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ของคุณ อาทิ หากเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับท่องเที่ยวโฆษณาที่ทาง Google จะส่งมาก็จะเป็นโฆษณาเกี่ยวกับท่องเที่ยว อาทิ รีสอร์ท ร้านอาหาร ฯลฯ ทั้งนี้อาจจะไม่ใช่ท่องเที่ยวทั้งหมด อาจจะมีโฆษณาอื่นๆปะปนมาด้วย  ซึ่งเราไม่สามารถควบคุมหรือเลือกโฆษณาได้

โฆษณาของ Google AdSense มีหลายรูปแบบ อาทิ เช่น แบบตัวอักษร  แบบรูปภาพ และ รูปแบบตัวอักษรสลับกับรูปภาพ และยังสามารถเลือกขนาด รวมถึงสีสันของโฆษณาได้ตามต้องการ เพื่อความสวยงามและลงตัว  เหมาะกับเว็บไซต์ของคุณ

ขั้นตอนง่ายๆในการหารายได้จาก  Google AdSense  มีดังนี้

  1. 1.     การสร้างเว็บไซต์

หลังจากจดโดเมนและมีโฮสติ้งเรียบร้อยแล้ว  รวบรวมเนื้อหาที่น่าสนใจลงในเว็บไซต์ และอัพเดทเว็บไซต์ของคุณอย่างสม่ำเสมอ

  1. 2.     สมัคร Google Adsense  

โดยเข้าไปสมัครได้ที่  www.google.com/adsense  ทำการสมัครและกรอกข้อมูลตามขั้นตอนต่างๆ

  1. 3.     ตอบรับจดหมายจาก Google Adsense

ในช่วงที่กรอกข้อมูล  จะมีช่องให้กรอกอีเมล์ของคุณ   ซึ่งระบบจะส่งจดหมายมาให้ในอีเมล์ของคุณ  ทำการตอบรับจดหมายที่ระบบส่งมาให้

  1. 4.     นำโค้ดมาติดที่เว็บเพื่อเริ่มหารายได้ 

โดยช่วงที่สมัครจะมีรูปแบบแบนเนอร์และตำแหน่งโฆษณาให้เลือก   ควรเลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับเนื้อหาหรือตำแหน่งในหน้าเว็บของคุณ  หน้าเว็บไซต์สามารถติดโฆษณาได้มากกว่า 1 ตำแหน่ง  ขึ้นอยู่กับการเลือกและความยืดหยุ่นของเทมเพลตและเนื้อหา

  1. 5.     โปรโมตเว็บไซต์เพื่อเรียกคนเข้าเว็บ 

ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ตามช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ค  ทวิตเตอร์  ฯลฯ เพื่อเพิ่มยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้มากยิ่งขึ้น  เพราะยิ่งมียอดการคลิกโฆษณามากเท่าไหร่  ก็ยิ่งมีรายได้มากขึ้นเท่านั้น

  1. 6.     ตรวจสอบรายได้จาก Google Adsense

โดยเข้าไปที่  www.google.com/adsense เพียงใส่ User Name และ Password  ก็สามารถเช็คข้อมูลรายได้ของคุณจาก Adsense ได้แล้ว

  1. 7.     นำเช็คไปขึ้นเงินเพื่อรับเงิน

ขั้นตอนการสมัคร ระบบจะให้กรอกที่อยู่ในการรับเช็คด้วย  โดยปกติระบบจะตัดเงินเมื่อได้ยอดครบ 100 เหรียญ USD

ดูวิธีการสมัครเพิ่มเติมได้ที่   www.thaiadsense.info/signup_adsense.htm

สำหรับรายได้ของ www.prasong.com จาก Google Adsense    โดยเฉลี่ยทุกๆ  3  เดือนจะได้รับเช็คจาก Google 1 ใบ  (100 USD) ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการจัดทำเว็บไซต์มีเพียงค่าต่อโดเมนเนม และเช่าโฮสติ้งรายปีเท่านั้น  ซึ่งค่าเช่าดังกล่าวมีราคาเพียง 50% ของการได้รับเช็ค  1 ใบเท่านั้น  จึงทำให้เว็บไซต์สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องหารายได้เพิ่มเติม และยังสามารถอยู่ได้ด้วยตัวของมันเองอีกด้วย

+++++++++++

No tags for this post.
Tags :

หนังสือ

หนังสือ คำถามที่ ''ยิ่งลักษณ์'' ไม่กล้าตอบ และหนังสือ เรื่องไม่ได้เล่าเช้านี้

วางแผงแล้ว !!

คำถามที่ "ยิ่งลักษณ์" ไม่กล้าตอบ และหนังสือ เรื่องไม่ได้เล่าเช้านี้ สำหรับใครที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ 3 ช่องทางดังนี้
1.หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป
2.สั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ 3.โทรศัพท์: 081-634-7826 (คุณเล็ก)

Popular Posts

เปิดกรุพระ“การุณ โหสกุล”หลวงพ่อดังเพียบ ปั้นราคาองค์เดียว 8 ล้าน
เปิดกรุพระ“การุณ โหสกุล”หลวงพ่อดังเพียบ ปั้นราคาองค์เดียว 8 ล้าน...
: ค้นความจริงปมเงินง... 0 comment(s) | 149495 view(s) | by admin | posted on August 1, 2012
ด่วน!ตรวจแผนที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล3ระดับ โดยTeam Group
ด่วน!ตรวจแผนที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล3ระดับ โดยTeam Group...
: พื้นที่เสี่ยงระดับ ... 3 comment(s) | 76532 view(s) | by admin | posted on October 12, 2011

Tags