PRASONG.COM เล่าข่าว...จากประสบการณ์ > รวมวิพากษ์กรณี“ประสงค์ วิสุทธิ์” > ประสงค์ “ของดี”ที่ขรรค์ชัย บุนปาน ไม่ต้องการให้มีอยู่

ประสงค์ “ของดี”ที่ขรรค์ชัย บุนปาน ไม่ต้องการให้มีอยู่

เมื่อ: Monday, August 15th, 2011 1 ความคิดเห็น »
 

ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ “ของดี”ที่ขรรค์ชัย บุนปาน ไม่ต้องการให้ “มีอยู่”

ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ จัดว่า เป็นนักข่าวประเภท “ของจริง” ทั้งฝีมือ ความสามารถ และ ความซื่อตรงต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ในยุคที่ “ข่าวแจก” ครอบงำสื่อและเป็นของแปลก ในยุคที่สังคมหลงใหลไปกับโฆษณาชวนเชื่อว่า สื่อมีอุดมการณ์ นักข่าวมีจรรยาบรรณ ผลงานด้านข่าวเชิงสืบสวน สอบสวน หรือ “ ข่าวเจาะ” ของเขาทำให้สังคมได้มองเห็นพลังในด้านบวก ที่เป็นคุณแก่บ้านเมือง ของสื่อ โดยเฉพาะสื่อ หนังสือพิมพ์ ซึ่งถึงวันนี้ยังเป็นสื่อที่มีอิทธิพลในการชี้นำความคิด และกำหนด “ วาระ” ของสังคม มากกว่าสื่อชนิดอื่นๆ

เดือนกันยายน 2543 หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ที่ประสงค์ เป็นบรรณาธิการบริหาร เปิดโปงขุดคุ้ยการซุกหุ้นไว้กับคนใช้ และคนขับรถ ของ นช. ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งขณะนั้นเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กับคุณหญิง พจมาน ชินวัตร (นามสกุลในขณะนั้น) อย่างกัดไม่ปล่อย ซึ่งต่อมา ในวันที่ 28 ธันวาคม ปีเดียวกัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ลงมติว่า นช.ทักษิณ แจ้งทรัพย์สิน และหนี้สินเป็นเท็จ เมื่อครั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ต้องถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองนาน 5 ปี

ข่าว “ คนใช้ ซุกหุ้นหมื่นล้าน พิสดารแจ้งเท็จ ป.ป.ช.” โดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจนี้ ได้รับรางวัลอิศรา ประเภทข่าวยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นเสมือน รางวัล” พูลิตเซอร์” ของสหรัฐฯ ประจำปี 2543 และเป็นกรณีศึกษาหนึ่งของ การทำข่าวเชิงสืบสวน สอบสวนของวงการสื่อไทย ประสงค์ได้รับการยกย่อง ได้รับเชิญไปพูดในที่ต่างๆ นิตสารไทมส์ จัดอันดับให้เขาเป็นหนึ่งใน “ ดาวเด่นของเอเชีย” ประจำปี 2001

พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งในวันที่ 6 มกราคม 2544 อย่างถล่มทลาย นช.ทักษิณ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีชนักติดหลังคือ คดีซุกหุ้น ที่รอการตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญ แต่กระแสทักษิณฟีเวอร์ ที่เห็นนช. ทักษิณ คือ อัศวินผู้มาโปรด ในขณะนั้น ทำให้สื่อมวลชน และองค์กรต่างๆ เต็มใจ ปิดปากตัวเอง ไม่กล้าตรวจสอบพฤติกรรมซุกหุ้นของ นช.ทักษิณ กระทั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรายหนึ่งยังพูดว่า คนไทย 14 ล้านคน เลือก นช.ทักษิณ เป็นนายกฯ ถ้าตัดสินให้ผิด ศาลรัฐธรรมนูญโดนเผาแน่ ยังผลให้ ในวันที่ 3 สิงหาคม 2544 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นช.ทักษิณ ไม่ได้กระทำผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 295 และเป็นที่มาของประโยคอันลือลั่นว่า “บกพร่องโดยสุจริต”

นช.ทักษิณ จำชื่อ ประสงค์ได้อย่างแม่นยำ ถึงกับครั้งหนึ่งเคยนำไปพูดผ่านรายการนายกฯทักษิณ พบประชาชนด้วย

สิบปีผ่านไป พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายอีกครั้งหนึ่ง นช.ทักษิณ กลับมามีอำนาจผ่านร่างทรงของน้องสาว กระแสนารีขี่ม้าขาว ทำให้สื่อมวลชนและองค์กรต่างๆเต็มใจเอามือปิดปาก ปิดหูตัวเองอีกครั้งหนึ่ง แต่ประสงค์ไม่ยอมทำเช่นนั้น จึงถูก “มติชน” ต้นสังกัดที่เขาฝากผีฝากไข้มานานถึง 28 ปี ยื่นมือมาอุดปากแทน

ประสงค์ถูกแช่แข็ง มาพักใหญ่แล้ว นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน” มติชน” เมื่อ กลางปีที่แล้ว แต่ยังมีพื้นที่ สำหรับคอลัมน์ ณ ริมคลองประปา ในมติชนรายวันฉบับวันเสาร์อยู่ จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่เขาเขียนเรื่อง “คำถามที่ยิ่งลักษณ์ ( ยัง) ไม่กล้าตอบ” ที่ถามน้องสาวนช. ทักษิณ ถึงกรณีให้การเท็จในคดีซุกหุ้นภาค 2 ของพี่ชาย ซึ่ง ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรองตำแหน่งทางการเมือง ระบุไว้ในคำพิพากษาว่า คำให้การของ ยิ่งลักษณ์นั้น “ ฟังไม่ขึ้น” และกรณีการปกปิดโครงสร้างการถือหุ้นของ เอสซี แอสเสท ซึ่งยิ่งลักษณ์เคยเป็นซีอีโออยู่

บทความนี้ เหมือนฟางเส้นสุดท้าย ที่ “มติชน” ตัดสินใจ ปิดปากประสงค์ เป็นการถาวร ด้วยการถอดคอลัมน์ ณ ริมคลองประปาออก อีกไม่กี่วันต่อมา “ฝ่ายบริหาร” ของมติชน ก็ “เลิกจ้าง” หรือที่จริงแล้วคือ การให้ออก โดยไม่มีความผิดนั่นเอง โดยจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย และการให้ผลตอบแทนที่เป็นที่พอใจของประสงค์

“ฝ่ายบริหาร” ของมติชน ก็คือ ขรรค์ชัย บุญปาน และฐากูร บุญปาน หลานชาย ซึ่งไม่ชอบหน้าประสงค์ นั่นเอง ขรรค์ชัย ถือหุ้นมติชนมากที่สุด 34 % รองลงมาคือ บริษัทจีเอ็มเอ็ม มีเดีย หรือแกรมมี่ ถือหุ้นประมาณ 22 % ขรรค์ชัย เป็นประธานกรรมการ ฐากูร เป็นกรรมการผู้จัดการ ลูกสาวของขรรค์ชัยดูแลการจัดซื้อจัดจ้าง ลูกชายดูแลเว็บไซต์ ความเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ได้ทำให้ความเป็นเจ้าของและอำนาจการบริหารของขรรค์ชัย ลดน้อยลงไปแต่อย่างใดเลย ประชาชนเป็นเจ้าของมติชน ก็เฉพาะฉบับที่ควักเงิน 10 บาท ซื้อเท่านั้น แต่เจ้าของมติชนตัวจริงคือ ตระกูล บุญปาน

ถ้าขรรค์ชัย ไม่เห็นด้วยกับ การให้ประสงค์ออก ก็ไม่มีใครหน้าไหนที่จะให้ประสงค์ออกได้ การที่ประสงค์ต้องออก ก็หมายความว่า ขรรค์ชัยเห็นด้วย การที่มติชน ยอมจ่ายให้ประสงค์ มากกว่าสิทธิตามกฎหมายและระเบียบบริษัท ก็แสดงว่า ราคาที่ต้องจ่ายให้ประสงค์ออก คุ้มกับประโยชน์ที่มติชนจะได้

เหตุใด ขรรค์ชัย ซึ่งขึ้นธรรมาสน์โดยไม่ล้างเท้าเป็นนิจ เทศนาสอนผู้คนให้ลดละกิเลศ สั่งสอนให้เพื่อนร่วมงาน ทำหน้าที่ของหนังสือพิมพ์อย่างตรงไปตรงมา ไม่เกรงกลัวต่ออำนาจไม่เป็นธรรม ไม่เห็นแก่รางวัล หรืออามิสสินจ้าง เป็นประจำ จึงไม่เห็นคุณค่าของประสงค์

คำตอบก็คือ สิบปีที่ผ่านมา ประสงค์ไม่เคยเปลี่ยน แค่ขรรค์ชัย และมติชน เปลี่ยนไปแล้วไม่รู้กี่รอบ การที่ประสงค์ไม่เคยเปลี่ยน ในขณะที่เจ้านายและองค์กรของเขาเปลี่ยนไป ทำให้เขาซึ่งครั้งหนึ่งคือ “ ทรัพย์สิน” ที่มีคุณค่าของมติชน กลายเป็น” ภาระ” หรือ “ ความเสี่ยง” ขององค์กรที่ต้องกำจัดทิ้งไปโดยเร็ว

การมีประสงค์อยูในมติชนต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด จะกระทบกระเทือนต่อผลประโยชน์ของมติชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่ระบบชินวัตร หวนกลับมามีอำนาจ เพราะมติชน นั้นพึ่งพารายได้มากขึ้นๆ จากงบประมาณของกระทรวง รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานราชการ ในรูปของ การจัดอีเวนท์ งบโฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่แฝงมาในรูปข่าว แลกกับการสรรเสริญเยินยอ เจ้ากระทรวง และการปิดปากตัวเอง งดเว้นการตรวจสอบการปฏิบัติงานที่ไม่ชอบมาพากล

ในฐานะแก้วดวงที่ 4 ของระบอบชินวัตร ที่ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มติชนย่อมอยู่ในฐานะที่จะได้รับการปูนบำเหน็จอย่างงดงาม จากรัฐบาลโคลนนิ่ง แต่การมีประสงค์ อยู่ในองค์กร เป็นความอิหลักอิเหลื่อของฝ่ายบริหารมติชนอย่างยิ่ง เพราะถึงแม้ ประสงค์จะถูกห้ามเขียนไปแล้ว แต่ก่อนหน้านี้เขาไปเปิดเว็บไซต์ส่วนตัวชื่อ prasong.com เพื่อเป็นเวทีการตรวจสอบ และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ซึ่งแน่นอนว่า ต้องมีเรื่องการซุกหุ้นของ นช. ทักษิณ การให้การเท็จของยิ่งลักษณ์ การวิพากษ์นโยบายอุ้มฆ่าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ นช.ทักษิณ อยู่ในเว็บไซต์นี้ด้วย วีธีเดียวที่มติชนจะทำได้คือ ลบชื่อประสงค์ออกจากมติชนเสีย

กำไรสุทธิปีละ 130 ล้านบาท ของมติชน อาจจะมากพอสำหรับการเลี้ยงดูพนักงานในองค์กร แต่คงไม่มากพอสำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างขรรค์ชัย คำพูดของ มจ.สิทธิพร กฤดากร ที่ขรรค์ชัยชอบอ้างอิงถึงเสมอว่า “ เงินทองนั้น เป็นเรื่องมายา ข้าวปลานั้นสิของจริง” จึงไม่เป็นจริงเท่ากับ” อุดมการณ์นั้นเป็นของมายา โฆษณานั้นสิของจริง”

กรณีมติชนให้ประสงค์ออกนั้น หากเกิดขึ้นกับบริษัทในกิจการอื่นๆ ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องความเห็นที่ต่างกันในองค์กร ที่นายจ้างต้องเป็นฝ่ายถูก และลูกจ้างต้องเป็นฝ่ายไป แต่ธุรกิจสื่อนั้น ชอบสร้างภาพ หลอกให้สังคมเข้าใจผิดว่า สื่อมีอุดมการณ์ มีจรรยาบรรณ รู้จักแยกแยะระหว่างผลประโยชน์กับการทำหน้าที่สื่อ สื่อมักจะโยนความผิดไปให้รัฐเสมอว่า เป็นตัวการคุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อ แท้จริงแล้ว อำนาจที่คุกคามเสรีภาพของสื่อ คือ อำนาจทุน คนที่สามารถควบคุมสื่อให้เป็นประโยชน์กับตัวเองได้คือ เจ้าของสื่อ

มีแต่พวกที่ทำสื่อด้วยกันเองเท่านั้น ที่ไม่เชื่อในเรื่องการอ้างอิงอุดมการณ์จอมปลอมเหล่านี้ เพราะกินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง แต่ก็ยังหลอกให้คนอื่นเชื่อ

กรณีมติชนเลิกจ้างนักข่าวที่นับว่า เก่งที่สุดคนหนึ่งในประเทศนี้ จึงเป็นสัญญาณที่ปลุกนักวิชาการ เอ็นจีโอ ด้านสื่อ และประชาชนทั่วไป ให้ตื่นจากการถูกมอมเมาให้หลงใหลศรัทธาในการทำหน้าที่ของสื่อ และหันกลับมามองความจริงได้แล้วว่า สื่อ ก็เหมือนกับธุรกิจอื่นๆคือ ผลประโยชน์อยู่เหนือหลักการ

คลองบางหลวงทวงถามถึงความหลัง
ว่าลูกยังดีซื่อหรือไฉน
หรือชีวิตผิดแดนไกลแสนไกล
ความชั่วในหัวใจก็ไหวตาม
ฯลฯ
(ขรรค์ชัย บุนปาน แต่งกลอนนี้ไว้ ในโอกาสทอดกฐิน วัดนวลนรดิศ พ.ศ.2528 )

(วันที่ 01/08/2554 11:25  Astv z^ผู้จัดการ)

No tags for this post.
Tags :

หนังสือ

หนังสือ คำถามที่ ''ยิ่งลักษณ์'' ไม่กล้าตอบ และหนังสือ เรื่องไม่ได้เล่าเช้านี้

วางแผงแล้ว !!

คำถามที่ "ยิ่งลักษณ์" ไม่กล้าตอบ และหนังสือ เรื่องไม่ได้เล่าเช้านี้ สำหรับใครที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ 3 ช่องทางดังนี้
1.หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป
2.สั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ 3.โทรศัพท์: 081-634-7826 (คุณเล็ก)

Popular Posts

เปิดกรุพระ“การุณ โหสกุล”หลวงพ่อดังเพียบ ปั้นราคาองค์เดียว 8 ล้าน
เปิดกรุพระ“การุณ โหสกุล”หลวงพ่อดังเพียบ ปั้นราคาองค์เดียว 8 ล้าน...
: ค้นความจริงปมเงินง... 0 comment(s) | 149163 view(s) | by admin | posted on August 1, 2012
ด่วน!ตรวจแผนที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล3ระดับ โดยTeam Group
ด่วน!ตรวจแผนที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล3ระดับ โดยTeam Group...
: พื้นที่เสี่ยงระดับ ... 3 comment(s) | 76502 view(s) | by admin | posted on October 12, 2011

Tags