PRASONG.COM เล่าข่าว...จากประสบการณ์ > รวมวิพากษ์กรณี“ประสงค์ วิสุทธิ์”

รวมวิพากษ์กรณี“ประสงค์ วิสุทธิ์”

เมื่อ: Monday, August 15th, 2011 2 ความคิดเห็น »
 

“มติชน” เลิกจ้าง ‘ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์

‘มติชน’ เลิกจ้าง ‘ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์’ จ่ายค่าชดเชยตาม กม.แรงงาน เจ้าตัวเผย ยุติการทำงานในมติชน หลังทำหน้าที่มา 26 ปี ระบุ จากกันด้วยดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายบริหารของบริษัทมติชน (มหาชน )จำกัด ได้เลิกจ้างนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ บรรณาธิการเฉพาะกิจสำนักพิมพ์มติชน ซึ่งเป็นตำแหน่งสุดท้ายในมติชน โดยนายประสงค์ ได้ออกจากการเป็นพนักงาน ของบริษัทมติชนฯแล้ว

ทั้งนี้ ฝ่ายบริหาร นสพ.มติชน และนายประสงค์ ได้เจรจาเงื่อนไขต่าง ๆ ร่วมกัน หลังจากที่ฝ่ายผู้บริหาร นสพ.มติชน ได้เสนอเลิกจ้าง โดยนายประสงค์ไม่ได้กระทำความผิดกฎหมายแรงงาน และระเบียบบริษัทของมติชนแต่อย่างใด โดยการเจรจา ทางฝ่ายบริหารของมติชน ยอมจ่ายค่าชดเชยให้ตามระเบียบบริษัท และกฎหมายแรงงานทุกประการ ซึ่งเป็นที่พอใจของทั้ง 2 ฝ่าย และเป็นการจากด้วยดี โดยและได้มีการนัดให้นายประสงค์ มารับเช็คเงินชดเชยในที่ 28 ก.ค.54

ด้านนายประสงค์ ยอมรับว่า ได้ออกจากมติชน ซึ่งเป็นหนังสือพิมพิ์ทีทำงานมาตั้งแต่ปี 2528 จริง ซึ่งเป็นการจากกันโดยดี และเป็นที่พอใจของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งถือว่า วันนี้ เป็นวันสุดท้ายในการทำหน้าที่สื่อมวลชน ในหนังสือพิมพ์มติชน มาเป็นเวลา 26 ปี

สำหรับ นายประสงค์ ในครั้งที่ดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ประชาติธุรกิจ ได้เปิดโปงการ “ซุกหุ้น” ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขณะดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ผ่านหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เมื่อเดือนกันยายน 2543 จนทำให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ลงมติเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2543 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ แสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ต้องถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองนาน 5 ปี ซึ่งในปัจจุบัน นายประสงค์ ยังได้เขียนเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ ผ่านเวบไซต์ส่วนตัว http://www.prasong.com/

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ นายประสงค์ ได้เผยแพร่ข้อความ ผ่ายเวบไซต์ทวิตเตอร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ก.ค.54 ว่า “ได้รับแจ้งว่า ไม่ต้องส่งต้นฉบับวันเสาร์ที่ 16 ก.ค. น.9 บทความ “คำถามที่ยิ่งลักษณ์ยังไม่กล้าตอบ…” จึงเป็นชิ้นสุดท้ายในมติชน”

สำหรับ บทความ “คำถามที่”ยิ่งลักษณ์”ยังไม่(กล้า?)ตอบ” โดย “ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์” มีเนื้อหา ดังนี้

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร(ว่าที่)นายกรัฐมนตรี  ประกาศถึงภารกิจเร่งด่วน 7ประการที่รัฐบาลใหม่ต้องดำเนินการ

1 ใน 7 เรื่องดังกล่าวได้แก่ การเร่งแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นและการบริหารราชการแผ่นดินต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส่

ก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์สถานีไทยพีบีเอสเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 เวลา 22.00 น. (คลิกดู“ยิ่งลักษณ์”ไขข้อข้องใจ”ผลประโยชน์ชินวัตร”ผ่านถามตรงของ”ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา”)ยืนยันว่า จะไม่เห็นแก่ประโยชน์ของครอบครัวและตนเองมากกว่าผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ส่วนผลประโยชน์ทับซ้อนทางธุรกิจของครอบครัวชินวัตรที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ  น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกแต่เพียงว่า ได้ลาออกจากผู้บริหารของบริษัท(บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น)ที่เป็นธุรกิจของครอบครัวชินวัตรแล้ว

ทั้งการประกาศและการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวถือเป็นสัญญาประชาคมของ(ว่าที่)นายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะการไม่เห็นแกผลประโยชน์ของครอบครัวมากกว่าผลประโยชน์สาธารณะและการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปอย่างโปร่งใส

จึงอยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบคำถาม ดังต่อไปนี้

หนึ่ง ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่ควบคุมดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กล้ายืนยันหรือไม่ว่า นอจากไม่ขัดขวางแล้ว จะปล่อยให้การดำเนินการ “ถอดยศ”และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จาก พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นไปตามขั้นตอนอย่างโปร่งใส ไม่“สองมาตรฐาน” หลังจที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี”พี่ชาย”ตั้งแต่เดือนกันยายน 2551 ในคดีการซื้อที่ดินรัชดาฯจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ การดำเนินการ“ถอดยศ” พ.ต.ท.ทักษิณถูกยื้อมาเป็นเวลานานโดย สตช.หารือคณะกรรมการกฤษฎีกาถึง 2 ครั้งซึ่งได้รับการยืนยันทั้งสองครั้งว่า สตช.มีอำนาจตามกฎหมายในการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงไม่มีเหตุผลใดๆที่ สตช.จะประวิงเวลา(เพื่อเอาใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์?)ต่อไปอีก(คลิกดู “สองมาตรฐานว่าด้วยการถอดยศ “ทักษิณ”)

ตรงกันข้าม ถ้า สตช.ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอน น.ส. ยิ่งลักษณ์ต้องลงโทษผู้รับผิดชอบใน สตช.ด้วย

ส่วน ถ้าจะมีการนิโทษกรรมกันภายหลังแล้วจะขอพระราชทานคืนยศและคืนเครื่องราชฯให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ไม่ควรจะนำมาเป็นข้ออ้าง ทำให้เกิด”สองมาตรฐาน”

สอง ในคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ 46,000 ล้านบาท ศาลฎีกาฯวินิจฉัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็น”นอมินี”หรือผู้ถือหุ้น บริษัท ชินคอร์ป  20 ล้านหุ้น แทน พ.ต.ท.ทักษิณซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณโอนให้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2543

ปรากฏว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้รับเงินปันผลจากหุ้นชินคอร์ปตั้งแต่ปี 2546-2548 รวม 6 งวด เป็นเงินรวม 97.49 ล้านบาท โดยงวดที่ 3-6 ปี 2547-2548 เป็นเงิน 70.1 ล้านบาทนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์” ใช้เช็คเงินสด 42 ฉบับ ถอนเงินสดๆ ออกจากบัญชีครั้งละ 1 ล้าน 1.5 ล้าน และ 2 ล้านบาท ฯลฯ ติดต่อกันเกือบทุกวัน จนหมดทุกครั้ง

น.ส. ยิ่งลักกษณ์อ้างว่า นำเงินไปใช้  เช่น ซ่อมบ้าน สร้างสระว่ายน้ำ ซื้อเครื่องประดับ ซื้อเงินตราต่างประเทศฯลฯ แต่ไม่หลักฐาน(การจ่ายเงิน-ใบเสร็จรับเงิน)ใดๆไปแสดงต่อศาลฎีกาฯว่า ทำให้ศาลวินิจฉัยว่า คำให้การของ “ยิ่งลักษณ์” รับฟังไม่ได้

จากพฤติกรรมการถอดเงินสดๆนับล้านติดต่อกันเกือบทุกวันเป็นเวลา 10 วัน เสี่ยงต่อการถูกกล่าวหาว่า หลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน?

คำถามคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์นำเงินสดๆครั้งละ 16-19 ล้านบาทถึง 4 ครั้ง(เงินปันผล 4 งวด)ไปทำอะไร ทำไมจึงไม่กล้าเปิดเผยความจริง?

ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ทำเรื่องนี้ให้กระจ่างแล้ว จะไปทำเรื่องอื่นๆใให้โปร่งใสได้อย่างไรและอาจจะกลายเป็นเป้าโจมตีของพรรคฝ่ายค้านต่อไป

สาม บริษัท วินมาร์ค ลิมิตเต็ด บนเกาะบริติชเวอร์จิ้นเป็นของพ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวชินวัตรหรือไม่

ในคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้น บมจ.เอสซีฯ ซึ่งบริษัท วินมาร์ค เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบริษัทประมาณร้อยละ 20 (ต่อมาโอนหุ้นจำนวนดังกล่าวให้ 2 กองทุนในมาเลเซีย) และยังถือหุ้นชินคอร์ปอยู่อีกจำนวนหนึ่ง แต่มีการปกปิดไว้

ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2549 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะกรรกมารผู้อำนวยการเอสซีฯ ชี้แจงต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์( ก.ล.ต)ว่า บริษัทวินมาร์ค และ 2 กองทุนในมาเลเซียมิได้เกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์ใดๆ กับครอบครัวชินวัตร ซึ่งขัดต่อพยานหลักฐานที่ ก.ล.ต. ได้จากการตรวจสอบ ซึ่งระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน เป็นผู้จัดตั้งกองทุนซิเนตรา ทรัสต์และถือหุ้นกันเป็นทอดไปยังบริษัท บลูไดมอนท์, วินมาร์ค และ 2 กองทุนในมาเลเซียและบริษัทเอสซีฯ ตามลำดับและนำพยานหลักฐานดังกล่าวไปให้การต่อศาลฎีกาฯในคดียึดทรัพย์

คำถามคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังยืนยันหรือไม่ว่า บริษัทวินมาร์คมิได้เกี่ยวข้องใดๆกับครอบครัวชินวัตร หรือถ้ายอมรับว่า บริษัทวินมาร์คเป็นของครอบครัวชินวัตร

ทำไมตอนนั้นจึง(โกหก?)ไม่บอกความจริงต่อสำนักงาน ก.ล.ต.

หรือเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของครอบครัวชินวัตร แต่ทำลายระบบของตลาดหลักทรัพย์?

ไม่รู้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์กล้าตอบคำถามเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ หรือต้องรอให้ใครเขียนสคริปต์ให้ก่อน?

(งจาก อ้างอิเว็บไซต์  คมชัดลึก,ASTV ผู้จัดการ 28 กรกฎาคม 2554)

 

No tags for this post.
Tags :

หนังสือ

หนังสือ คำถามที่ ''ยิ่งลักษณ์'' ไม่กล้าตอบ และหนังสือ เรื่องไม่ได้เล่าเช้านี้

วางแผงแล้ว !!

คำถามที่ "ยิ่งลักษณ์" ไม่กล้าตอบ และหนังสือ เรื่องไม่ได้เล่าเช้านี้ สำหรับใครที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ 3 ช่องทางดังนี้
1.หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป
2.สั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ 3.โทรศัพท์: 081-634-7826 (คุณเล็ก)

Popular Posts

เปิดกรุพระ“การุณ โหสกุล”หลวงพ่อดังเพียบ ปั้นราคาองค์เดียว 8 ล้าน
เปิดกรุพระ“การุณ โหสกุล”หลวงพ่อดังเพียบ ปั้นราคาองค์เดียว 8 ล้าน...
: ค้นความจริงปมเงินง... 0 comment(s) | 149495 view(s) | by admin | posted on August 1, 2012
ด่วน!ตรวจแผนที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล3ระดับ โดยTeam Group
ด่วน!ตรวจแผนที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล3ระดับ โดยTeam Group...
: พื้นที่เสี่ยงระดับ ... 3 comment(s) | 76532 view(s) | by admin | posted on October 12, 2011

Tags