Home » คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เปิดจม.ประวัติศาสตร์ “Secret Nominee”จุดชนวนมหากาพย์ซุกหุ้น”ทักษิณ”

Author by 17/03/1228 Comments
 

โดย ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์

ในช่วงที่หนังสือพิมพ์ “ประชาชาติธุรกิจ”เริ่มเจอร่องรอยเมื่อต้นเดือนกันยายน 2543 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทยน่าจะนำรายชื่อคนรับใช้ อาทิ น.ส.บุญชู เหรียญประดับ ,น.ส.ดวงตา วงศ์ภักดี และนายชัยรัตน์ เชียงพฤกษ์ ยามบริษัทชินวัตร คอมพิวเตอร์แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น มาถือหุ้นในบริษัทแทนตนเองและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยา

แต่จำนวนหุ้นที่พบมีมูลค่าเป็นหลักสิบล้านบาท ได้แก่หุ้น บริษัทเอสซี แอสเสท จำกัด(คนละบริษัทกับ บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น ในปัจจุบัน)เมื่อเทียบกับทรัพย์สินมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทของครอบครัวชินวัตรถือว่า มีมูลค่าน้อยมาก

ช่วงที่ทีมงานซึ่งทำข่าวดังกล่าว กำลังหาประเด็นที่จะเจาะหาข้อมูลต่อนั้น ปรากฏว่า มีจดหมายใช้หมึกสีน้ำเงินเขียนด้วยลายมือที่อ่านค่อนข้างง่าย(ตามภาพ)ลงวันที่ 20 กันยายน 2543 ใช่ชื่อว่า “Secret Nominee” เขียนถึง”ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์”ซึ่งเป็นบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจในขณะนั้น ถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ให้คนรับใช้ถือหุ้นแทนมูลค่านับหมื่นล้านบาทในช่วงเดือนมิถุนายน 2537 โดยมีการตีพิมพ์เรื่องดังกล่าวในนิตยสาร Who is Who in Business and Finance (เป็นนิตยสารในเครือการเงินการธนาคาร)ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2537

ตรงนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ขัดแย้งกับคำให้การของ พ.ต.ท.ทักษิณต่อศาลรัฐธรรมนูญที่อ้างว่าไม่รู้ว่า มีการซุกหุ้นในชื่อของคนรับใช้นับหมื่นล้านบาท

แต่บรรยากาศในทางการเมืองเมื่อปี 2544 ด้วยกระแส “ทักษิณฟีเวอร์”ไม่สนใจว่า ผู้นำประเทศจะต้องเป็นคนที่มีสัจจะวาจาหรือไม่ จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญมีมติด้วยเสียง 8 ต่อ 7 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2544 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 295

อย่างไรก็ตามด้วยการ “จุดชนวน”ด้วยจดหมายประวัติศาสตร์ของ “Secret Nominee”ทำให้การ “ซุกหุ้น”ของ พ.ต.ท.ทักษิณ กลายเป็นมหากาพย์ที่ตามหลอกหลอนครอบครัวชินวัตรมาจนทุกวันนี้และไม่รู้ว่าจะส่งผลถึงสะเทือนรัฐบาล  “ยิ่งลักษณ์”ด้วยหรือไม่ ?

ต่อไปนี้เป็นเนื้อหาในจดหมายประวัติศาสตร์ฉบับดังกล่าว

เรียน คุณประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์

เผอิญผมนึกได้ว่า ชื่อแม่บ้านคุณทักษิณนั้น มันฟังคุ้นๆ ก็เลยลองย้อนไปดูนิตยสาร Who’s Who in Business and Finance ฉบับแรกปีที่ 1 ฉบับที่ 1 พฤศจิกายน 2537 ซึ่งมีการจัดอันดับ 200 เศรษฐีตลาดหุ้นไทยก็เลยถึงบางอ้อ!

จากข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ ณ 30 มิ.ย.37 ปรากฏว่า เจ้านายผู้ชาย กับ เจ้านายผู้หญิง มีหุ้น SHIN มูลค่ารวมกันเกือบๆ 4 หมื่นล้านบาท (สัดส่วนหุ้นรวม 50.19%) รวยเป็นอันดับ 2 และ 3 ส่วนคุณดวงตา วงศ์ภักดี ถือหุ้น SHIN 4.33% จำนวน 6 ล้านหุ้นมูลค่า 3,348 ล้านบาท รวยเป็นอันดับที่ 10 ของเศรษฐีหุ้นไทย ในขณะที่คุณบุญชู เหรียญประดับ รวยหุ้นเป็นอันดับที่ 13 โดยถือ SHIN 1.68 ล้านหุ้น (สัดส่วน 1-21%) มูลค่า 937 ล้านกว่าบาทรวมกับหุ้น UCOM อีก 4.15 ล้านหุ้น (สัดส่วน 3.55%) มูลค่าเกือบ 2 พันล้านบาท รวมแล้วรวย 2,900 กว่าล้านบาท

นอกจากนี้ นิตยสาร Who’s Who ยังได้จัดอันดับตามตระกูลซึ่งก็แน่นอน ตระกูลชินวัตรมาเป็นอันดับ 1 ตระกูลวงศ์ภักดีได้อันดับที่ 19 และ ตระกูลเหรียญประดับ รวยหุ้นเป็นอันดับที่ 23 เป็นการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นของประเทศไทย

พร้อมกันนี้ ผมได้ส่งสำเนาของข้อมูล(เป็นตารางการถือครองหุ้นตามลำดับมูลค่าหุ้น ปรากฏว่า ทุกคนมีประวัติการทำงาน การศึกษายาวเหยียด แต่คนรับใช้ 3 คนคือ น.ส.บุญชู น.ส.ดวมาให้คุณประสงค์ได้พิจารณาด้วยงตา และนายชัยรัตน์(ถือหุ้นมูลค่า 5,042 ล้านบาท) ที่ถือหุ้นมูลค่ารวมกันกว่า 11,000 ล้านบาทหรือ 1ใน 4  ของมูลค่าหุ้นของตระกูลชินวัตร ไม่มีประวัติแม้แต่บรรทัดเดียว-ประสงค์)พิจารณาด้วย

ผมไม่ทราบและไม่อยากจะคิดด้วยว่า ที่คุณทักษิณทำเช่นนี้ด้วยเหตุผลอะไร เพราะคงมีแต่เจ้าตัวและคนใกล้ชิดเท่านั้นที่ทราบค่าตอบที่แท้จริง คนที่เพียบพร้อมด้วยเงินมหาศาล กำลังต้องการชื่อเสียงและอำนาจ ไม่ใช่เรื่องแปลกเป็นธรรมดาของมนุษย์ปุถุชน

แต่คุณประสงค์ช่วยนึกให้ผมทีว่า ตระกูลนี้ กลุ่มบริษัทนี้ ได้เคยมีอะไรที่ทำให้กับสังคมไทยบ้างก่อนที่จะแสวงหาชื่อเสียงและอำนาจ ทิศทางของธุรกิจเพิ่งคิดจะคืนอะไรให้สังคมบ้าง ก็เมื่อคิดได้แล้วว่าจะได้อะไรตอบแทนกลับมาในทางอำนาจวาสนาทางการเมืองเท่านั้น

ในสภาวะที่บ้านเมืองกำลังยกย่องบูชา คนเก่ง คนรวย เหนือกว่าคนดี โดยมิได้คำนึงถึงที่มาและที่ไปของสถานะนั้น สังคมควรจะได้คิดด้วยว่า คนเก่งแต่เพียงอย่างเดียวนั้น สามารถทำความเสียหายได้ร้ายแรงกว่าคนธรรมดาสามัญ มากมายหลายเท่านัก

สังคมต้องช่วยกันตรวจสอบ สื่อต้องเป็นเครื่องมือของประชาชน ให้ผมได้เห็นการเมืองที่โปร่งใส สร้างสรรค์ ในชีวิตนี้ด้วยเถิด

นับถือ

Secret Nominee

หมายเหตุ-จดหมายฉบับนี้เขียนขึ้นมาเมื่อกว่า 10 ปีก่อน(ถูกรื้อค้นขึ้นมาโดยบังเอิญขณะจะย้ายห้องทำงาน) ขณะที่ยังไม่มีวาทะกรรม “ไพร่” “อำมาตย์” และ “สองมาตรฐาน” แต่เหมือนกับผู้เขียนเห็นอนาคตข้างหน้าอย่างกระจ่างแจ้ง

Tags: , , , ,

บทความที่เกี่ยวข้อง

28 Comments »

  • soontorn junrungsee said:

    ชื่อประสงค์จะคงทนอยู่ค้ำฟ้า
    ทรราชผวากระสั่นซบหลบหลีก
    สาธุุชนสรรเสริญ”สื่อ”ถือความสุจริต
    ลิขิตตำนานเล่าขานคนหนังสือพิมพ์

  • admin (author) said:

    ขอบคุณครับ

  • Charles S Paigne said:

    Keep up the good work! Please May Lord Buddha Bless You, and your website assistants, with Good Health and lots and lots of advertising income to sustain your bravery forever.

  • admin (author) said:

    thank!!

  • Sakool Zuesongdham said:

    Great journalist, Prasong!
    Seem like you’ve sensed that one day you’ll become a victim of the devil capitalists and turn to be a free medium of your own due to your gust to challenge the crooks endangering Thai society. Keep on revealing the truth until the just is met. I’m on your side, always.

  • kunta said:

    เป็นกำลังใจให้นะคะ

  • Kru pik said:

    ขอแสดงความชื่นชม ในความกล้าหาญที่จะเปิดเผยข้อมูลที่สื่อหลายแห่งในปัจจุบันไม่กล้าทำ
    ขอบคุณที่ให้ข้อมูลแก่คนในสังคมไทย ได้มองอีกมุมที่แตกต่าง
    ขอให้กำลังใจ ในการทำงาน ในฐานะ “สื่ออิสระ”

  • admin (author) said:

    thank!!!

  • OXYGEN2 said:

    ขอให้กำลังใจคุณประสงค์ครับ จะติดตามเว็บนี้ทุกวันเลยครับ

  • Sub said:

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ ความจริงก็คือความจริง

  • ชานนท์ said:

    พี่ถือเป็นต้นแบบของคนทำข่าวเลยครับ
    หลังจากอ่านข่าวเรื่องพี่ประสงค์ออกจากมติชนแล้วใจหายเลยครับ
    คุยกับเพื่อนในวงการข่าวหนังสือพิมพ์แล้วก็ถึงบางอ้อ
    ชีวิตลูกจ้างบริษัทเอกชนก็อย่างนี้แหละครับพี่
    ชีวิตลูกจ้างบริษัทเอกชนที่ทำธุรกิจสื่อก็ยิ่งลำบากใจขึ้นไปอีก
    เพราะต้องยืนอยู่ตรงกลางระหว่าง อุดมการณ์ กับ ความมั่นคงของอาชีพ(ลูกจ้างทุนนิยม)
    ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ

    ศิษย์เก่า มติชน

  • ดา said:

    ขอเป็นกำลังใจให้คุณประสงค์ด้วยค่ะ ต่อจากนี้จะทำอย่างไรต่อไปคะ หลังพ้นจากมติชน

  • admin (author) said:

    ขอบคุณมากครับ

  • admin (author) said:

    รูจักกันหรือเปล่าครับ

  • admin (author) said:

    ครับ เห็นด้วย

  • PJ said:

    ผมรู้สึกรันทดใจต่อมติชนเอามากๆ ซึ่งผมคิดถูกแล้วที่ไม่ซื้อและอ่านมติชนมาเป็นปีแล้ว หลังจากเคยเป็นแฟนคลับมาตั้งแต่ฉบับแรก ซึ่งเห็นความไม่ชอบมาพากลในคอลัมน์ต่างๆ ที่โปรคุณทักษิณฯผู้ทำโคลนนิ่งให้คุณยิ่งลักษณ์ฯผู้น้องทำตามทุกอย่าง ชาวสีแดงกำลังฮึกเหิมว่าพวกเขาจะไม่จนกันต่อไปอีกแล้ว ลูกหลานชั้นป.1จะได้รับ Ipad หรือ Tablet กันละหนึ่งตัวไว้เล่นเกมกันอย่างสนุกสนาน ชาวนาจะได้บัตรเครดิตการ์ด คนจบปริญญาตรีจะได้เงินเดือนๆละ 1,5000 บาท คนซื้อรถ ซื้อบ้านหลังใหม่ไม่ต้องเสียภาษี โอ๊ย ผมอยากเป็นกลุ่มคนพวกนั้นจังเลย แต่คิดแล้วน่าจะเป็นพวกปัญญาอ่อนกระมัง น่าเชื่อถือเหลือเกินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

  • admin (author) said:

    ขอบคุณด้วยความจริงใจ

  • You are the man! said:

    สู้ ๆ ครับ

  • อดีตแฟนมติชน said:

    เคยเป็นแฟนคลับหนังสือพิมพ์มติชนรายสัปดาห์ค่ะ แต่เลิกอ่านมา2ปีละ และคิดว่าชาตินี้คงไม่กลับไปอ่านอีก เป็นกำลังใจให้คุณประสงค์นะคะ

  • admin (author) said:

    อย่าถึงขนาดนั้นเลยครับ ถือหลักเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป

  • ขอบคุณที่เผยแพร่ความจริง said:

    ดีใจที่คุณประสงค์ออกมาจากมติชน
    ขอฝากความระลึกถึงคุณไทยทนด้วยความขอบคุณ ที่ทำให้คนไทยได้รู้ทันทักษิณ
    และขอให้กำลังใจคุณประสงค์ พร้อมขออนุญาตนำบทความไปแชร์ลงเฟซบุ๊ค

  • admin (author) said:

    ยินดีครับ

  • เสื้อยืด said:

    เนื้อหาดีมากๆเลยครับ

  • ควายแดง ศรีราชา said:

    อย่าถามเสื้อแดง ถึงเรื่องนี้นะครับ

    รับไม่ด้าย ใส่ร้าย จ้องทำลาย

  • ทำชั่วได้ดีไม่จิรัง said:

    เป็นห่วงสังคมไทยมาก โดยเฉพาะด้านศีลธรรม จริยธรรม มันกำลังเสื่อมลงเรื่อย ๆ สะท้อนให้เห็นสติ ปัญญาของคนไทยบางส่วนในเวลานี้ เราต้องการความกล้าหาญของสังคมที่จะปลอดปล่อยอวิชชา ตัณหา และอุปาทาน ออกจากผู้คนในสังคม

  • อตร said:

    จำได้ว่าในช่วงที่ข่าวการฃุกหุันกำลังเริ่มดังมีการสัมภาษณ์ทักษิณโดยนักข่าวทีวีช่องหนึ่งฅึ่งถามว่าเรื่องฃุกหุ้นนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่และตัวทักษิณเองรู้หรือไม่ คำตอบที่ทักษิณตอบในเวลานั้นคือ ” เป็นเรื่องธรรมดา ใครๆก็ทำกัน ” แต่หลังจากที่การเสนอข่าวเริ่มมีมากขึ้น เขาก็แก้ตัวว่า ” ไม่รู้เรื่อง อาจมีคนอื่นจัดการให้ ”
    การกระทำเช่นนั้นถ้าทักษิณเป็นคนทั่วไปก็คงไม่น่ารังเกียจมากนัก แต่ในห้วงเวลานั้นเขาเสนอตัวมาเป็นนายก จริยธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญ การฃุกหุ้นก้ถือว่าเป็นการทำผิดกติกาของตลาดหลักทรัพย์ ถ้ามีจิตสำนึกที่ดีทักษิณควรยุติบทบาทของตัวเองไปแล้ว แต่น่าเศร้าที่นักการเมืองบ้านเรานั้นสำนึกถูกเผาทิ้งตอนเขียนใบสมัครลงรับการเลือกตั้งไปหมดแล้วเหลือแต่ความเห็นแก่ตัว

  • พนิตนันท์ said:

    เรื่อง ทักสิน fever นี่มันแปลก แปลกตรงที่ เป็น fever ของคนเห็นแก่เงิน เห็นแก่ตัว ไม่รักชาติ ขาดเมตตา ขาดคุณธรรม ทำไปเพื่อประโยชน์เท่านั้น ***นี่คือ คำจำกัดความของ taksin fever****

  • vsaint said:

    ขอบคุณและเป็นกำลังใจให้คุณทำหน้าที่ตามอุดมการณ์ต่อไปครับ

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.

91 queries. 0.245 seconds. | Prasong theme by TaroRoot