Home » ข่าวเด่น

เปิดคำวินิจฉัยศาล รธน.ไม่ล้มล้างการ ปค.แต่ยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่ได้

Author by 14/07/12No Comments »
 

วันที่ 13 กรกฏาคม ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีประวัติศาสตร์แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เป็นการล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 หรือไม่ โดยนายบุญส่ง กุลบุปผา และนายอนุรักษ์ มาประณีต ตุลาการศาลรธน. เป็นผู้อ่านคำวินิจฉัย โดยตุลาการศาล รธน. ใช้เวลาประมาณ 15 นาที อ่านช่วงที่ศาลพินิจพิเคราะห์และพิจารณาใน 4 ประเด็น

1.ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่

2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 291 สามารถแก้ไขเพิ่มเติมโดยยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่

3.การกระทำของผู้ถูกร้อง เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ตามบทบัญญัติไว้ในมาตรา 68 วรรคหนึ่งหรือไม่

4.และหากเข้าเงื่อนไข ศาลรธน.ต้องวินิจฉัยต่อไปว่า จะมีผลให้ยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคได้หรือไม่

มีอำนาจรัฐคำร้องไว้พิจารณา-วินิจฉัย ตามม. 68 วรรค 2

ประเด็นที่ 1 ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่

ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 68 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มา ซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้

และวรรคสองบัญญัติว่า “ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว…”

ย้ำอสส.มีหน้าที่เพียงแค่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ในมาตรา 68 วรรคสองเป็นบทบัญญัติที่ให้สิทธิแก่ผู้ที่ทราบถึงการกระทำ ที่เป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา 68 วรรคหนึ่ง ที่จะใช้สิทธิให้มีการตรวจสอบการกระทำดังกล่าวได้ โดยให้มีสิทธิ 2 ประการ

คือ ประการที่หนึ่ง เสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง และยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประการที่สอง สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการ เรื่องการกระทำดังกล่าวได้ เพราะอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบและวินิจฉัยสั่งการ ในกรณีผู้ร้องใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 68 วรรคสอง เป็นอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ อัยการสูงสุดเพียงแต่มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หาได้ตัดสิทธิ์ของผู้ร้อง ที่จะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยตรงไม่  เมื่อผู้ร้องได้เสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบแล้ว ชอบที่จะใช้สิทธิประการที่สอง โดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้

ศาลฯ เห็นว่า การแปลความดังกล่าว จะสอดคล้องกับเจตนารมณ์ในมาตรา 68 ซึ่งบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และเป็นไปเพื่อการรับรองสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 69 ที่ว่า บุคคลย่อม มีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธี ซึ่งการกระทำใดๆ ที่เป็นไปให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศ ไม่เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

เนื่องจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้เลิกการกระทำที่อาจเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ได้นั้น การกระทำดังกล่าวต้องกำลังดำเนินการ และยังไม่บังเกิดผล ศาลฯ จึงจะมีคำวินิจฉัยสั่งให้เลิกการกระทำนั้นได้ หาไม่แล้ว คำวินิจฉัยของศาลฯ ตามมาตรา 68 วรรคสอง ก็จะเป็นการพ้นวิสัย ไม่สามารถใช้บังคับได้

สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 68 นี้ มีหลักการสำคัญมุ่งหมาย ให้ชนชาวไทยทุกคนมีส่วนร่วมในการปกป้องพิทักษ์รักษาการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการเข้าสู่อำนาจในการปกครองประเทศให้เป็นไปตามวิถีทางรัฐธรรมนูญไม่ให้ถูกล้มล้าง โดยสภาพจึงเป็นการป้องกันไว้ล่วงหน้า เพื่อจะได้ มีโอกาสตรวจสอบและวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำที่จะเป็นอันตรายต่อระบบการปกครอง และเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญมิให้เกิดขึ้นได้

เพราะถ้าหากปล่อยให้เกิดการกระทำที่เป็นภัยร้ายแรงต่อรัฐธรรมนูญ และระบบการปกครองตามรัฐธรรมนูญขึ้นแล้ว ย่อมสุดวิสัยที่จะแก้ไขให้กลับคืนดีได้ เช่นนี้แล้ว ประชาชนผู้ทราบเหตุตามมาตรา 68 วรรคสอง ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิของตนต่อต้านการกระทำอย่างสันติวิธี

เนื่องจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรานี้ มิได้มุ่งหมายการลงโทษทางอาญา หรือการลงโทษทางรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการสั่งให้เพิกถอนการกระทำที่มิชอบ ตามมาตรา 68 วรรคหนึ่งเสียก่อน ที่การกระทำนั้นจะบังเกิดผล

ชี้ตีความ ต้องยอมรับสิทธิไม่ใช่การจำกัดสิทธิ

การมีอยู่ของมาตรา 68 และ 69 แห่งรัฐธรรมนูญนี้ จึงเป็นไปเพื่อรักษา หรือคุ้มครองตัวรัฐธรรมนูญเอง ตลอดจนหลักการที่รัฐธรรมนูญได้รับรอง หรือกำหนดกรอบไว้ ให้เป็นเจตนารมณ์หลัก ทางการเมืองของชาติ คือการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และป้องกันการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการที่ไม่ได้เป็นไปตามวิถีทาง ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

ความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญประการนี้ ต่างหากที่ถือเป็นเจตนารมณ์หลักของรัฐธรรมนูญที่ต้องยึดถือไว้เป็นสำคัญยิ่งกว่า เจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแม้จะถือเป็นเครื่องมือช่วยค้นหาเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ได้ แต่ความเห็นของผู้ร่างฯ คนใดคนหนึ่งก็มิใช่เจตนารมณ์ทั้งหมดของรัฐธรรมนูญ

แต่อย่างไรก็ตามหากพิจารณาจากรายงานการประชุมของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งการร่างรัฐธรรมนูญ 2540 และร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ยังพิจารณาได้ว่า สาระสำคัญของการอภิปรายนั้น มีเจตนาร่วมกันให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญผ่านกลไกของศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรานี้ เป็นสำคัญยิ่งกว่า เรื่องของตัวบุคคลที่มีสิทธิเสนอคำร้อง

การตีความเกี่ยวกับผู้มีสิทธิเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญจึงควรตีความไปในแนวของการยอมรับสิทธิไม่ใช่การจำกัดสิทธิ เพื่อให้ศาลฯ สามารถเข้ามาตรวจสอบการกระทำที่อาจมีปัญหาตามมาตรา 68 วรรคหนึ่ง เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญได้ สมดังเจตนารมณ์ของกฎหมาย

กรณีอัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงตามมาตรา 68 วรรคสองแล้ว แต่ยังไม่มีคำสั่งประการใดจากอัยการสูงสุด หากปล่อยให้กระบวนการลงมติ ในวาระ 3 ลุล่วงไปแล้ว แม้ต่อมาอัยการสูงสุดจะยื่นคำร้องต่อศาลฯ ให้วินิจฉัย ก็จะไม่สามารถบังคับตามคำวินิจฉัยไปทางใดได้อีก

รวมทั้งไม่อาจย้อนคืนแก้ไขผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ได้ ศาลฯ จึงมีอำนาจรัฐคำร้องไว้พิจารณา และวินิจฉัยได้ตามมาตรา 68 วรรค 2

แก้ รธน.ทั้งฉบับตั้งทำประชามติก่อน

2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 291 สามารถแก้ไขเพิ่มเติมโดยยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่

….ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เป็นประเทศที่ใช้ระบบประมวลกฎหมายยึดหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ ที่รัฐธรรมนูญจะต้องกำหนดวิธีการ หรือกระบวนการแก้ไข เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญเป็นวิธีพิเศษ แตกต่างจากกฎหมายทั่วไป

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ได้มาโดยการลงประชามติของประชาชน ก็ควรให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติก่อนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หรือรัฐสภาจะใช้อำนาจแก้ไขรายมาตรา ก็เป็นความเหมาะสม ซึ่งจะเป็นการสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 291

คาดการณ์ล่วงหน้า ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฎ ยกคำร้อง

3.การกระทำของผู้ถูกร้อง เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ตามบทบัญญัติไว้ในมาตรา 68 วรรคหนึ่งหรือไม่

พิจารณาแล้วเห็นว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา 291 มีเจตนารมณ์เพื่อต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมรายมาตรา เพื่อปฏิรูปการเมือง และปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองขึ้นใหม่ เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพยิ่งขึ้น และเป็นอำนาจที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 ให้ไว้ เพื่อเป็นช่องทางแก้ไขปัญหาจากข้อบกพร่องของตัวรัฐธรรมนูญเอง และจากข้อเท็จจริงทางการเมือง ที่ต้องแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ และมีความสอดคล้องต่อเนื่องในคราวเดียวกัน

ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่… พ.ศ…จึงเป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 291 อันถือได้ว่า มีที่มาจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน หากพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฯ ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ และกำหนดจำนวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังที่ได้ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาฯ วาระ 2 และกำลังเข้าสู่การลงมติวาระ 3

จะเห็นได้ว่ากระบวนดังกล่าว ยังไม่มีข้อเท็จจริงเพียงพออันถือได้ว่า เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง

อีกทั้งขั้นตอนการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ยังไม่เป็นรูปธรรม การกล่าวอ้างของผู้ร้องจึงเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า ซึ่งยังไม่มีผลแต่ประการใด….

ทั้งนี้ ศาลฯ ได้พิจารณาบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 291 (1) วรรคสอง ข้อจำกัดการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ประกอบกับบันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่) …ที่ให้เหตุผลจะยังคงรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตลอดไป และ บทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว ตามมาตรา 291/11 วรรคห้า ก็บัญญัติคุ้มกันร่างรัฐธรรมนูญที่จะไม่กระทบถึงสาระสำคัญแห่งรัฐ ด้วย

อย่างไรก็ตามหากสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ร่างรัฐธรรมนูญที่มีลักษณ์เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขในหมวดพระมหากษัตริย์แล้ว ทั้งประธานรัฐสภา มีอำนาจยับยั้งให้รัฐธรรมนูญตกไปได้ หรือบุคคลได้ทราบการกระทำดังกล่าว ก็ยังมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง และยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว ในทุกช่วงเหตุการณ์ ที่บุคคลนั้นทราบตามที่มาตรา 68 มีผลบังคับใช้…

ผู้ถูกร้องทั้ง 6  เจตคติอันตั้งมั่นไม่ล้มล้างการปกครอง

ประการสำคัญการชี้แจงข้อกล่าวหา และคำยืนยันข้อเท็จจริงและการไต่สวนของศาลจากฝ่ายผู้ถูกร้อง นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา นายอัชพร จารุจินดา ผู้แทนคณะรัฐมนตรี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ผู้แทนพรรคเพื่อไทย นายชุมพล ศิลปอาชา ผู้แทนพรรคชาติไทยพัฒนา และนายภราดร ปริศนานันทกุล ล้วนแต่เบิกความถึงเจตนารมณ์การดำเนินการให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ไม่ได้มีเจตนารมณ์ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และผู้ถูกร้องทั้งหมดยังแสดงถึงเจตคติอันตั้งมั่นว่า จะดำรงคงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเช่นเดิม

พิจารณาแล้วจึงเห็นว่า ข้ออ้างของผู้ร้องทั้ง 5 ดังกล่าว ข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอจะวินิจฉัยได้ว่า การกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง 6 เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขขออ้างจึงเป็นการคาดการณ์ เป็นความห่วงใยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และยังห่างไกลเหตุการณ์ที่กล่าวอ้าง ข้อเท็จจริงจึงยังไม่พอฟังได้ว่า เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ดังนั้นการกระทำของผู้ถูกร้อง ฟังไม่ได้ว่ามีเจตนาการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2550

ศาลฯ จึงให้ยกคำร้องในส่วนนี้ และไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในประเด็นข้อเท็จจริง ในข้อที่ 4 อีก จึงวินิจฉัยให้ยกคำร้องทั้ง 5 คำร้อง

Tags: , , ,

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.

93 queries. 0.246 seconds. | Prasong theme by TaroRoot