Home » กฎหมาย, การเมือง

เปิดข้อมูล กทม.ไม่ยอมไล่-รื้อถอนเดอะมอลล์พ้นที่สาธารณะ หลังคดีถึงที่สุดกว่า10ปี

Author by 12/06/12No Comments »
 

ปัญหาบริษัท ธนบุรี เรียลเอสเตท หรือห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางแครุกล้ำลำกระโดงสาธารณะเนื้อที่ 1 ไร่ กลายมาเป็นประเด็นที่ ส.ส. พรรคเพื่อไทยนำมาโจมตีนายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงนามอนุมัติให้เช่าพื้นที่ดังกล่าว ทั้งที่ศาลมีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารสิ่งก่อสร้างของเดอะมอลล์ออกจากพื้นที่

แต่นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการ กทม.ชี้แจง ขณะนี้ยังไม่ได้อยู่ในขั้นตอนที่กทม.อนุมัติให้เดอะมอลล์เช่าพื้นที่ เพราะอยู่ระหว่างที่กทม.ยื่นเรื่องให้ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า จากการที่คณะกรรมการที่ตั้งโดยกระทรวงมหาดไทยที่ผ่านมา เห็นชอบการให้กทม.สามารถให้เช่าพื้นที่ได้  แต่ กทม.ยังมีความเห็นไม่ตรงกันอยู่

อย่างไรก็ตามคณะกรรมการกฤษฎีกาได้วินิจฉัยข้อหารือของ กทม.เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา(เรื่องเสร็จที่ 608/2555 ) ทั้งนี้ จากบันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา( เรื่อง อำนาจของกรุงเทพมหานครในการอนุญาตให้เอกชนใช้ที่สาธารณะ ตามมาตรา 9แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน)ได้ให้ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจคือ ศาลได้มีคำพิพากษามาตั้งแต่ปี 2540  ว่า บริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ มีความผิดอาญาตามที่โจทก์ฟ้องและมีคำสั่งให้บริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของบริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ  ออกไปจากลำกระโดงสาธารณะที่พิพาท แต่กลับไม่มีการบังคับคดีมานานกเกือบ 15 ปี

แต่กลับมีความพยายามที่จะให้ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์เช่าพื้นที่สาธารณะที่(จงใจ?)รุกล้ำซึ่งตามประมวลกฎหมายที่ดินสามารรถเก็บค่าเช่าได้ไม่เกินไร่ละ 1,000  เท่านั้น(เดอะมอลล์รุกที่ดิน 1 ไร่)ขณะที่ห้างสรรพสินค้าดังกล่าวสามารถแสวงหากำไรจากพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างมหาศาล

ต่อไปนี้เป็นการสรุปข้อเท็จจริงจากบันทึกของคณะกรรมการกฤษฎีกา

กรุงเทพมหานครได้มีหนังสือ ที่ กท 0405/888 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสรุปความว่า ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีคำวินิจฉัยเรื่อง อำนาจตามประมวลกฎหมายที่ดินในการอนุญาตให้ใช้ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกันในเขตกรุงเทพมหานคร (เรื่องเสร็จที่396 /2549 สรุปความได้ว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในฐานะที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจในการอนุญาตให้ใช้ที่สาธารณะตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

ต่อมาได้มีเอกชนขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะตามความในมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินดังกล่าว แต่กรุงเทพมหานครเห็นว่ามีปัญหาข้อกฎหมายในการดำเนินการอนุญาตจึงจำเป็นต้องหารือคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยสรุปข้อเท็จจริงได้ ดังนี้

1.กรุงเทพมหานครได้ยื่นฟ้องบริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตท จำกัด (ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางแค) เป็นคดีอาญาต่อศาลอาญาธนบุรี เนื่องจากบริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ ได้ยึดถือ ครอบครอง และก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างคร่อมลำกระโดงสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดง ที่ 3643/2537 และคดีหมายเลขแดง ที่ 6395/2540พิพากษาว่า บริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ มีความผิดอาญาตามที่โจทก์ฟ้องและมีคำสั่งให้บริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของบริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ  ออกไปจากลำกระโดงสาธารณะที่พิพาท

2.เมื่อวันที่ 13กุมภาพันธ์ 2551  บริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ ได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร ขออนุญาตประกอบกิจการในที่ดินของรัฐตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน บริเวณลำกระโดงสาธารณะเนื้อที่ประมาณ 1-0-01 ไร่ ในพื้นที่แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องขออนุญาตประกอบกิจการตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินประจำกรุงเทพมหานครได้พิจารณาความเห็นของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว มีมติเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2553 เห็นควรอนุญาตให้บริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ ประกอบกิจการในที่ดินของรัฐบริเวณลำกระโดง
สาธารณะตามคำร้องขอ กรมที่ดินจึงเห็นควรพิจารณาอนุมัติ มีกำหนด ๕ ปี
นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต โดยให้กรุงเทพมหานครกำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตให้บริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ จะต้องคงให้ลำกระโดงดังกล่าวเป็นทางระบายน้ำที่ประชาชนได้ใช้สอยร่วมกัน จะปิดกั้น ฝัง กลบหรือทำให้สภาพเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ฯลฯพร้อมจัดให้มีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาอนุมัติตามมติของคณะกรรมการดังกล่าว

3.ต่อมา สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครได้มีหนังสือ ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 แจ้งกรุงเทพมหานครว่า เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครได้จัดทำใบอนุญาตให้บริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ ใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะ เสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อลงนามในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน แต่กรุงเทพมหานครเห็นว่ายังไม่มีความชัดเจนในประเด็นข้อกฎหมายในการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่สาธารณะดังกล่าว จึงมีหนังสือ ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2554 ขอหารืออธิบดีกรมที่ดินว่า ในระหว่างการตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครยังไม่แล้วเสร็จ จะสามารถอนุญาตให้เอกชนใช้ที่สาธารณะตามมาตรา 9 ได้หรือไม่ โดยอาจจัดทำข้อตกลงระหว่างกรุงเทพมหานครกับเอกชน ให้เอกชนชำระค่าตอบแทนการใช้
ที่สาธารณะไปพลางก่อน

กรมที่ดินจึงได้มีหนังสือ ลงวันที่ 6มิถุนายน 2554 ตอบข้อหารือของกรุงเทพมหานครสรุปความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งอนุมัติให้บริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐตามที่ขออนุญาต ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ จะต้องดำเนินการออกใบอนุญาตให้ผู้ขอต่อไป โดยกรุงเทพมหานครจะต้องดำเนินการออกข้อบัญญัติกำหนดวิธีการและอัตราในการชำระค่าตอบแทนไว้  ทั้งนี้ ต้องไม่เกินอัตราตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายที่ดิน(ไร่ละไม่เกิน1,000 บาท)

แต่กรุงเทพมหานครยังมีความเห็นที่แตกต่างกันจึงขอหารือคณะกรรมการกฤษฎีกา

 คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 7) ได้พิจารณาข้อหารือและข้อเท็จจริงแล้ว พบว่า กรุงเทพมหานครในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ยังมิได้อนุญาตให้บริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ เข้าใช้ลำกระโดงสาธารณะที่เป็นที่ดินของรัฐแต่อย่างใด ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นสาระสำคัญ
ในการพิจารณาข้อหารือนี้ จึงมีความเห็นในแต่ละประเด็น ดังนี้

ประเด็นที่หนึ่ง การกำหนดค่าตอบแทนการใช้ที่ดินสาธารณะตามประมวลกฎหมายที่ดิน แยกพิจารณาเป็นสองประการ ดังนี้

1.ในระหว่างที่กรุงเทพมหานครยังมิได้ตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดค่าตอบแทนจากการใช้ที่ดินสาธารณะของเอกชน กรุงเทพมหานครจะจัดเก็บค่าตอบแทนพิเศษไปก่อนได้หรือไม่ รวมทั้งถ้ามีการตราข้อบัญญัติ แล้ว กรุงเทพมหานครจะจัดเก็บค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มเติมจากอัตราไร่ละ 1,000 บาทต่อปี
ที่กำหนดในประมวลกฎหมายที่ดินได้หรือไม่ นั้น

เห็นว่า มาตรา 9/1 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐ ต้องเสียค่าตอบแทนให้แก่เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งที่ที่ดินที่ได้รับอนุญาตตั้งอยู่ ยกเว้นองค์การบริหารส่วนจังหวัด ตามวิธีการและอัตราค่าตอบแทนที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น แต่ต้องไม่เกินอัตราตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งกำหนดไว้ไม่เกินไร่ละ 1,000 บาทต่อปี[

ดังนั้น กรุงเทพมหานครในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ จะต้องดำเนินการออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเพื่อกำหนดวิธีการและอัตราค่าตอบแทนในการอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐ และอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐเสียก่อน จึงจะเกิดอำนาจในการเรียกเก็บค่าตอบแทนดังกล่าวต่อไป

เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า กรุงเทพมหานครยังมิได้ดำเนินการออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครในเรื่องดังกล่าว และยังไม่มีการอนุญาตให้บริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ ใช้ลำกระโดงสาธารณะที่ขออนุญาตกรุงเทพมหานครจึงไม่อาจเรียกเก็บค่าตอบแทนจากการอนุญาตได้
สำหรับประเด็นการจัดเก็บค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มเติมจากที่กำหนดในประมวลกฎหมาย เมื่อกรุงเทพมหานครยังมิได้ดำเนินการให้ครบถ้วนตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายที่ดินดังกล่าวข้างต้น จึงยังไม่จำต้องพิจารณาในชั้นนี้

 อย่างไรก็ดี หากกรุงเทพมหานครประสงค์จะเรียกเก็บค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มเติมตามกฎหมายอื่น นอกเหนือจากประมวลกฎหมายที่ดิน ก็เป็นเรื่องที่กรุงเทพมหานครจะต้องพิจารณาโดยคำนึงถึงอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528  ด้วย

2.ในกรณีที่กรุงเทพมหานครจะสามารถกำหนดให้เอกชนต้องไปขอสัมปทานตามมาตรา 12 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งราชการสามารถกำหนดค่าตอบแทนได้สูงกว่าได้หรือไม่ นั้น

เห็นว่า การขอใช้ที่ดินของรัฐตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เป็นคนละกรณีกับการขอสัมปทานตามมาตรา 12 ซึ่งคณะกรรมการเคยวินิจฉัยไว้ว่า “สัมปทาน”ได้แก่ สิทธิใด ๆ ที่รัฐมอบให้บุคคลใดหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของรัฐ หรือเข้าทำกิจการอันเป็นสาธารณูปโภคที่เป็นหน้าที่ของรัฐ โดยรัฐให้ความคุ้มครองการหาประโยชน์หรือการทำกิจการดังกล่าวให้แก่เอกชนเป็นพิเศษ

เมื่อพิจารณาตามข้อหารือเป็นกรณีที่เอกชนขอใช้สิทธิเหนือลำกระโดงสาธารณะเพื่อก่อสร้างอาคารประกอบพาณิชยกรรมโดยไม่มีการหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของรัฐ หรือเข้าทำกิจการอันเป็นสาธารณูปโภคแต่อย่าง

ด้วยเหตุนี้ กรุงเทพมหานครจึงไม่สามารถกำหนดให้เอกชนต้องไปขอสัมปทานตามมาตรา 12แห่งประมวลกฎหมายที่ดินได้

ประเด็นที่สอง ในกรณีที่กรุงเทพมหานครมีการอนุญาตให้ใช้สิทธิเหนือลำกระโดงสาธารณะ แล้ว กรุงเทพมหานครยังจะต้องดำเนินการรื้อถอนอาคารในส่วนที่ก่อสร้างคร่อมลำกระโดงสาธารณะซึ่งผิดจากแบบที่ได้รับอนุญาตอยู่หรือไม่ เนื่องจากมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้บริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ และบริวารออกจากลำกระโดงสาธารณะดังกล่าว นั้น

 เห็นว่า เมื่อพิจารณา แล้วว่า กรุงเทพมหานครยังมิได้ดำเนินการออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครในเรื่องดังกล่าว และยังไม่มีการอนุญาตให้บริษัท ธนบุรีเรียลเอสเตทฯ ใช้ลำกระโดงสาธารณะที่ขออนุญาต ทั้งยังมิได้ดำเนินการบังคับคดีแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ จึงยังไม่พิจารณาให้ความเห็นในประเด็นนี้ เนื่องจากยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเกิดขึ้น

Tags: , , , ,

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.

93 queries. 0.228 seconds. | Prasong theme by TaroRoot