“ใจ” เหนือ “การเมือง”

เมื่อ: Monday, January 20th, 2014 ไม่มีความคิดเห็น »
 

โดย ปรางทิพย์ ดาวเรือง

เมื่อ 45 ปีมาแล้วในค่ำของวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2512 ชุมชนเล็กๆของชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนในหมู่บ้านยากจนของรัฐปะหัง ประเทศมาเลเซีย ขวัญเสียจากข่าวการจลาจลที่มีการ “ฆ่าคนจีน” ที่กัวลาลัมเปอร์เมืองหลวง

หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหนึ่งใน “หมู่บ้านใหม่” หรือ New Village ซึ่งเป็นผลพวงของการจัดระเบียบที่อยู่ของชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนฐานะยากจนให้มารวมกัน ในยุคที่อังกฤษต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์มาลายาซึ่งอยู่ใต้การนำของนายจีนเป็ง ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการควบคุมเนื่องจากเกรงว่าชาวจีนเหล่านี้จะให้การสนับสนุนแก่คอมมิวนิสต์

คนจีนถูกโยกย้ายที่อยู่กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ อาศัยปะปนกับชุมชนเกษตรกรชาวมลายูที่ยากจนพอๆกัน พวกเขาอาศัยอยู่ในห้องแถวที่สร้างด้วยไม้ ใช้ห้องน้ำรวมของหมู่บ้าน ไม่มีโทรศัพท์ติดต่อกับโลกภายนอก การสัญจรเข้าเมืองหลวงทำได้ด้วยการนั่งรถโดยสารไปตามถนนคดเคี้ยวไปตามเทือกเขา หมู่บ้านถูกล้อมรั้วลวดหนามในเวลากลางคืนเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ต้องการให้พวกคอมมิวนิสต์เล็ดรอดเข้ามาหาเสบียง

เพื่อนชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนที่มีอายุแปดขวบในเวลานั้น จำได้เพียงลางๆว่าเกิดเรื่องใหญ่ที่เมืองหลวง คืนนั้นพวกผู้ใหญ่พากันหวาดกลัวไม่มีใครอยากอยู่ในบ้าน ทั้งหนุ่มสาวผู้เฒ่าผู้แก่กระเตงลูกหลานออกมานั่งจับเจ่ารวมกันอยู่ที่สี่แยกกลางหมู่บ้าน ไม่มีใครรู้อะไรชัดเจน มีแต่ความกลัวที่ครอบงำอยู่ทั่วไป

แต่สิ่งที่เขาจำฝังใจคือภาพชายสูงอายุชาวมลายูใส่โสร่งแต่ไม่ใส่เสื้อเดินมาแต่ไกลแล้วเข้ามานั่งในกลุ่มคนจีน ดูผิดฝาผิดตัวแต่สร้างความอุ่นใจอย่างไม่น่าเชื่อ ชายคนนี้คือผู้นำชุมชนชาวมลายู ที่อาศัยอยู่ในเขตเพาะปลูกรอบนอกของหมู่บ้าน

“ลุงแกเดินเข้ามาบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว คนมลายูในหมู่บ้านจะช่วยดูแลเราเอง แล้วแกนั่งอยู่กับเราจนฟ้าสาง”

การจลาจลครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไป. ซึ่งกลุ่มพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคของชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนร่วมกับของพรรคชาวอินเดีย สามารถยึดสภาฯแห่งรัฐปีนังและกลันตันได้เป็นครั้งแรกหลังจากมาเลเซียเป็นอิสระจากการปกครองของอังกฤษ ในขณะที่แนวร่วมพรรครัฐบาลเสียที่นั่งในรัฐสภาฯของรัฐบาลกลางจำนวนมาก ทั้งยังหวุดหวิดเสียที่นั่งในอีกรัฐสำคัญอีกสี่รัฐ รวมทั้งสลังงอร์อันเป็น รัฐที่รายล้อมกรุงกัวลาลัมเปอร์เมืองหลวงของประเทศ

พรรคฝ่ายค้านออกเดินขบวนเฉลิมฉลองชัยชนะไปตามถนนในกัวลาลัมเปอร์ มีบทความบางชิ้นเขียนว่าผู้เดินขบวนบางรายตะโกนถ้อยคำท้าทายพรรครัฐบาลที่เป็นตัวแทนชาวมาเลเซียเชื้อสายมลายู ในวันเดียวกันนั้น กลุ่มผู้สนับสนุนพรรครัฐบาลรวมตัวกันที่บ้านมุขมนตรีรัฐสลังงอร์ แล้วตั้งขบวนออกเดินขบวนฉลองชัยชนะ พร้อมถือชูป้าย ตะโกนพระนามพรรคชาวจีนและอินเดียเช่นเดียวกัน

เหตุรุนแรงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาราว 6 โมงเย็น เมื่อขบวน “ประกาศชัยชนะ” ของทั้งสองกลุ่มมาพบกัน มือมืดเริ่มจุดไฟเผารถขบวนของพรรคฝ่ายค้านเป็นการโหมโรง

เวลา 6โมง 45 นาที ศพชาวจีนสามศพแรกถูกพบอยู่ข้างถนน หนังสือพิมพ์ Time ฉบับวันที่ 23 พฤษภาคม 2512 รายงานว่า การจลาจลกระจายไปทั่วกรุงกัวลาลัมเปอร์ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ภาพที่เห็นคือกลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธชาวมาเลย์ ถือดาบและกริช บุกเข้าไปในชุมชนคนจีน แล้วเผาและฆ่า ในขณะเดียวกันกลุ่มชาวจีนและอินเดียพกอาวุธปืนก็โจมตีฝ่ายตรงข้ามเช่นเดียวกัน

หลังเหตุการณ์สงบ ทางการรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิต 196 คน แต่เอกสารจากหอจดหมายเหตุกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่ถูกเปิดเผยในภายหลังระบุว่า จำนวนผู้ตายมีสูงราว 2000 คน สามในสี่ของคนเหล่านั้นเป็นคนจีน

ผู้สื่อข่าว Time ยังบรรยายว่า สี่วันให้หลังเมื่อสถานการณ์ซาลง ห้องเก็บศพของโรงพยาบาลกลางขาดพื้นที่เก็บศพจนต้องเก็บศพบางศพไว้ในถุงพลาสติก หรือแขวนไว้กับตาขอติดเพดาน

การจลาจลนี้ถือเป็นความรุนแรงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มาเลเซีย

ชาวจีนในหมู่บ้านใหม่กลับเข้าบ้านในยามรุ่งเช้าอย่างปลอดภัย เวลาผ่านไปกว่า 40 ปี เด็กๆที่ถูกอุ้มไปนั่งกลางสี่แยกในคืนนั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เข้าเมืองหลวงตั้งเนื้อตั้งตัว เมื่อถึงวันตรุษจีนถนนในหมู่บ้านแห่งนี้แออัดไปด้วยรถยนตร์ของลูกหลายที่มาเยี่ยมพ่อแม่ ในเขตรอบนอกของหมู่บ้าน ชุมชนชาวมลายูอาศัยอยู่อย่างสงบ มีการสร้างมัสยิดใหญ่สวยงามตรงถนนเส้นใหญ่ที่เชื่อมต่อหมู่บ้านกับเขตรอบนอก

แต่ในวงกว้างออกไป ช่องว่าระหว่างคนมลายูซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ กับคนจีนที่มีจำนวนประชาการอยู่ไม่น้อย ถูกถ่างให้กว้างขึ้นอีกเมื่อรัฐบาลออกนโยบายเศรษฐกิจใหม่ทันทีที่สะสางปัญหาการจลาจลเรียบร้อย นโยบายดังกล่าวกำหนดให้สิทธิพิเศษทางเศรษฐกิจด้านต่างๆแก่ชาวมลายูเป็นพิเศษ ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นการลดความขัดแย้งของคนในชาติด้วยการยกระดับทางเศรษฐกิจของชาวมลายูที่ยากจน นโยบายดังกล่าวยังดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน

ความขัดแย้งของประเทศมาเลเซียไม่ใช่เกิดจากความเกลียดชังทางเชื้อชาติของประชาชนสองกลุ่ม แต่เป็นความขัดแย้งที่เกิดจากนักการเมืองที่ฉวยเอาประเด็นความแตกต่างในเรื่องนี้มาใช้เพื่อประโยชน์ของตน

ทว่าในคืนวันที่ 13 เดือน พฤษภาคม ปี 2512 ชาวจีนและชาวมลายูยากจนในหมู่บ้านที่รัฐปะหัง ตกลงใจที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันโดยไม่ยอมให้การเมืองอยู่เหนือความรู้ผิดชอบชั่วดีของตน ช่างยิ่งใหญ่จริงๆ

 

Tags: , ,

บทความที่เกี่ยวข้อง

หนังสือ

หนังสือ คำถามที่ ''ยิ่งลักษณ์'' ไม่กล้าตอบ และหนังสือ เรื่องไม่ได้เล่าเช้านี้

วางแผงแล้ว !!

คำถามที่ "ยิ่งลักษณ์" ไม่กล้าตอบ และหนังสือ เรื่องไม่ได้เล่าเช้านี้ สำหรับใครที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ 3 ช่องทางดังนี้
1.หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป
2.สั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ 3.โทรศัพท์: 081-634-7826 (คุณเล็ก)

Popular Posts

เปิดกรุพระ“การุณ โหสกุล”หลวงพ่อดังเพียบ ปั้นราคาองค์เดียว 8 ล้าน
เปิดกรุพระ“การุณ โหสกุล”หลวงพ่อดังเพียบ ปั้นราคาองค์เดียว 8 ล้าน...
: ค้นความจริงปมเงินง... 0 comment(s) | 149138 view(s) | by admin | posted on August 1, 2012
ด่วน!ตรวจแผนที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล3ระดับ โดยTeam Group
ด่วน!ตรวจแผนที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล3ระดับ โดยTeam Group...
: พื้นที่เสี่ยงระดับ ... 3 comment(s) | 76502 view(s) | by admin | posted on October 12, 2011

Tags