เบื้องหลังล้างบาง สนง.สลากฯ- “บิ๊ก” เพื่อไทยเปิดศึกชิงผลประโยชน์กันเอง
โดย นักข่าวข้างทำเนียบ
เมื่อ”บิ๊ก”พรรคเพืื่อไทย และครอบครัวที่มีอิทธิพลเหนือพรรคเปิดศึกแย่งชิงผลประโยชน์โควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลนับล้านฉบับกันเองจะเกิดอะไรขึ้น
ปมปัญหาความวุ่นวายในสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ก่อผลสะเทือนทางการเมืองมากในรัฐบาลมากพอสมควร ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจากนาย ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เป็น นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งมีการเปลี่ยนจากประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานสลากกินแบ่งจากนางเบ็ญจา หลุยเจริญ เป็นปลัดกระทรวงการคลัง
ล่าสุดมีบอกเลิกสัญญาจ้างนายสมชาติ วงศ์วัฒนศานต์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จ่ายเงินชดเชยให้เป็นจำนวน 6 เท่าของเงินเดือนเมื่อวันที่ 11 เม.ยที่ผ่านมา
แหล่ง ข่าวจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกล่าวว่า ช่วงการเปลี่ยนรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ กับการเปลี่ยนคณะกรรมการสำนักงานสลากเกิดในในช่วงที่ต้องต่อสัญญากับองค์แกดรที่ได้รับโควต้าสลากพอดี คือโอกาสอันดีที่กลุ่มการเมืองใหม่จากพรรคเพื่อไทยเข้ามาจัดสรรคผลประโยชน์ ใหม่เพราะ การต่อหรือไม่ต่อสัญญากับองค์กรเดิมที่ได้รับโควต้าคือที่มาของผลประโยชน์
ดัง นั้นการเสนอให้ตรวจสอบว่าองค์กรใดปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับสำนักงานสลาก กินแบ่งหรือไม่ก็เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งในการหาช่องทางในการจัดสรรผลประโยชน์ในสำนักงานสลากใหม่อีกครั้งจากการเปลี่ยนรัฐบาลและบอร์ดสำนักงานสลากกิน แบ่งรัฐบาล
จากเอกสารลำดับเหตุการณ์ปัญหาของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พบว่า คณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดนางเบญจา หลุยเจริญ ประธานคณะกรรมการมีมติไม่ต่อสัญญาหรือยึดโค้วต้า สลากคืน จากองค์กรที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญา ได้แก่ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และสมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ มติของคณะกรรมการฯที่ไม่ต่อสัญญาดังกล่าว เกิดจาก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ใหม่คือ พลโท รุจวินท์ กิจวิทย์ พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสลาก และนายวีรภัทธ ศรีไชยา ทนายความของคุณหญิงพจมาณ ณ ป้อมเพชร ที่ทำคดีเกี่ยวกับเรื่องหุ้นของครอบครัวชินวัตร ได้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อคราวประชุมเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ให้มีการตรวจสอบสถานะ คุณสมบัติการเป็นตัวแทนจำหน่ายสลากของ 8 องค์กรที่ได้รับการจัดสรรสลากทั้งหมด 4 ล้านเล่ม ที่จะครบสัญญา 2 ปี ในเดือนพฤศจิกายน 2554 เพื่อ ให้ตรวจสอบว่า ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่สำนักกงานสลากกินแบ่งได้กำหนดไว้หรือ ไม่ โดยระหว่างการตรวจสอบให้มูลนิธิสำนักงานสลากกินแบ่งรับสลากไปจำหน่ายชั่วคราวก่อน 2 งวดคืองวดวันที่ 1และ 16 พฤศจิกายน 2554 ไปพลางก่อน
จำนวนสลากดังกล่าว เกิดขึ้นในยุคของนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังและกำกับกองสลากในสมัยนาย วันชัย สุระกุล เป็นผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ
ทั้งนี้ในเอกสารลำดับเหตุการณ์ปัญหาของสำนักงานกองสลากกินแบ่งรัฐบาล ระบุว่า บอร์ดสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดเดิมมีมติเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2554 ให้ต่อสัญญาให้ทั้ง 8 องค์กรได้รับสิทธิ์ในการรับสลากเดิมออกไปอีก 2 ปี ไปแล้ว เพียงแต่ยังได้ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสลากฯก่อนไปดำเนินการ ประกอบกับมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ใน คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงไม่มีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้แต่อย่างใด
ดังนั้นเมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 3 คน ที่มากจากพรรคเพื่อไทย เสนอให้มีการตรวจสอบ สถานะคุณสมบัติ ดังกล่าว คณะกรรมการสำนักงานกองสลากก็เห็นชอบและมีมติแต่งตั้ง พลโท รุจวินท์ กิจวิทย์ เป็นประธาน พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์และนายวีรภัทธ ศรีไชยา เป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริง เมื่อคราวประชุมคณะกรรมการสลากเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2554 เพื่อตรวจสอบเรื่องที่มีการทำหนังสือร้องเรียนว่า องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และสมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทยว่า ไม่ปฏิบัติตามสัญญาตามหนังสือร้องเรียนหรือไม่
คณะกรรมการสอบสวนได้รายงานผลต่อที่ประชุมบอร์ดสำนักงานสลากเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554ว่า องค์กรเหล่านี้ ปฏิบัติผิดเงื่อนไข กล่าวคือไม่ได้นำสลากไปจำหน่ายโดยวิธีการขายปลีกหรือมอบให้สมาชิกตนเองนำไปขายปลีก แต่นำไปขายส่งให้แก่บริษัทเอกชน
การประชุมครั้งนี้บอร์ดสลากกินแบ่งรัฐบาล ก็มีมติให้ชะลอการต่อสัญญาให้กับแบ่งองค์กรไว้ก่อนและมีมติให้คณะกรรมการสอบ ข้อเท็จจริงกลับไปสอบเพิ่มเติมให้ครบทั้ง 8 องค์กรว่าได้ปฏิบัตตามสัญญาหรือไม่และในระหว่างการตรวจสอบให้มูลนิธิสำสักงานสลากฯรับสลากทั้ง 40,000 เล่มหรือ4 ล้านฉบับไปจำหน่ายชั่วคราวต่อไปในงวดวันที่ 30 ธันวาคม 2554และงวดของวันที่ 16 มกราคม 2555
จะ เห็นได้ว่าบอร์ดจากพรรคเพื่อไทย เสนอให้ตรวจสอบว่า องค์กรใดปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับสำนักงานสลากกินแบ่ง หรือไม่ เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งในการหาช่องทางในการจัดสรรผลประโยชน์ที่ทำกันเป็น ปกติเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล
อย่างไรก็ตามในเอกสารลำลับเหตุการปัญหาของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุว่า หลังจากนั้นคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงไดนำเสนอผลการสอบสวนต่อบอร์ด สลากกินแบ่งรัฐบาลที่ประชุมกันในวันที่ 14 ธันวาคม 2554 และมีมติไม่ต่อสัญญาจำนวน28,238 เล่ม ได้แก่
1.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก 15,000 เล่ม 2.สมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย 11,000 เล่ม 3.มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน 2,000 เล่ม 4.มูลนิธิพันเอกจินดา ณ สงขลา 283 เล่ม โดยจัดสรรให้มูลนิธิสำนักงานสลาก รับไปจำหน่ายเป็น เวลา 2 ปี ( 48 งวด ) เริ่มงวดวันที่ 16 ม.ค. 2555 ถึงงวดวันที่ 30 ธ.ค. 2556 โดยได้รับส่วนลด 9 %
นอกจกานั้นก็มีมติต่อสัญญาให้กับองค์กรที่ปฏิบัติตามสัญญา รวม 11,762 เล่ม ได้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 478 เล่ม สมาคมคนกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย 190 เล่ม มูลนิธิสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพเด็กพิการ 310 เล่ม มูลนิธิสำนักงานสลากฯ 10,784 เล่ม
อย่างไรก็ตาม มติของคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไม่ต่อสัญญาให้กับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และสมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย ทำให้เกิดความขัดแย้งในสำนักงานกองสลากกินแบ่งรัฐบาลมาตลอดมา
แหล่ง ข่าวจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลบอกว่า จุดนี้อาจเป็นสาเหตุทำให้มีการ เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจากนาย ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เป็น นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เพราะนายธีระชัย เพราะผลประโยชน์จากสลากจำนวนดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่คณะกรรมการมีมติไม่ต่อสัญญาให้กับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และ สมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย ได้สร้างความไม่พอใจให้กลุ่มคนเสื้อแดงเป็นอย่างมาก มีการร้องเรียนขอความเป็นธรรม กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและกับนายธีระชัยในช่วงที่ยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครั้งเพื่อให้ทบทวนมติ
แหล่งข่าวจากสำนักงานสลากฯบอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์สั่งการอย่างจริงจังให้ต้องคืนสลากให้กับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และสมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทยให้ได้เพราะนายทุนพรรคเจ้าของห้างดัง ให้การสนับสนุนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ นปช.เป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ เพราะเป็นนายทุนที่เข้ามารับช่วงจำหน่ายสลากแทน องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และ สมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย ที่คณะกรรมารตรวจสอบข้อเท็จจริงระบุว่า ไม่ได้นำสลากไปจำหน่ายโดยวิธีการขายปลีกหรือมอบให้สมาชิกตนเองนำไปขายปลีก แต่ได้นำไปขายส่งให้แก่บริษัทเอกชน
นาย ทุนกลุ่มนี้ต้องออกมากดัน น.ส.ยิ่งลักษณ์เพราะ ได้จ่ายเงินค่าสลากให้กับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกและสมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทยไปหมดแล้ว
ดังนั้นเมื่อบอร์ดสลากกินแบ่งมีมติ ยึดสลากคือ ก็ส่งผลให้ก็ไม่มีสลากอยู่ในมือที่จะนำไปจัดจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้ขายรายย่อย
ในเอกสารลำดับเหตุการณ์ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุว่าว่า ในระว่างนี้ มีการเจรจากันหลายครั้งเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวระหว่าง นางเบญจา หลุยเจริญและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกับตัวแทนขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และสมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย
แต่แหล่งข่าวจากสำนักสลากบอกว่าการจะไปยึดคืนสลากจากมูลนิธิสำนักงานสลากฯกลับ มาให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกและสมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไท อีกตามคำสั่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คงทำได้ยากเพราะทันทีที่ บอร์ดมีมติ มูลนิธิสำนักงานสลากฯได้รับสลากก็ได้ทำสัญญากับผู้ค้าไปหมดแล้วซึ่งก็เป็น กลุ่มผู้ค้าที่มีอิทธิพลในสำนักงานสลากและก็เป็นผู้ดูแลคนในของพรรคเพื่อไทย ในการกำกับของเจ๊คนดังทางภาคเหนือไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
ในขณะที่ นางเบญจาก็พยายามเจรจาในการแก้ปัญหา แต่สุดท้ายก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสำนักงานสลากฯขึ้นอีกเพราะนางเบ็ญจาได้รับ หนังสือจากกระทรวงการคลังลงวันที่ 21 ธ.ค. 2554 ปลดนางเบ็ญจาจากประธานฯ และแต่งตั้งนายอารีพงศ์ ภู่ชะอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานแทน โดยมีนัยว่าต้องการให้ นายอารีพงศ์ เข้ามาสะสางและยึดโควต้าสลากเก่าคืนจากกลุ่มทุนที่ได้รับโควต้าสลากจากมูลนิธิสำนักงานสลากฯไป
ทั้งนี้ตาม เอกสารลำดับเหตุการณ์ปัญของสำนักงานกองสลาก ระบุว่าในระหว่างที่นายธีระชัย ยังเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลังในขณะนั้น ได้สั่งการ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2554 ได้สั่งการให้สำนักงานสลากฯ จัดสรรสลากการกุศลเพิ่มขึ้นอีก 4 หมื่นเล่มในงวดเดือน ก.พ. 2555 ซึ่งสำนักงานสลากฯ เห็นว่า ควรจัดสรรสลากส่วนนี้ให้กับองค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ตามที่ได้ทำข้อตกลงไว้ 2.6 หมื่นเล่ม ซึ่งในการประชุมบอร์ดสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2555 ได้พิจารณาแนวทางการเยียวยาองค์การทหารผ่านศึกฯและให้ความเห็นชอบให้พิมพ์สลากบำรุงการกุศลโรงพยาบาลศิริราชเพิ่มอีกงวดละ 2 หมื่นเล่ม โดยจัดสรรให้องค์การทหารผ่านศึกมีกำหนด 1 ปี ( 24 งวด ) ตั้งแต่งวดวันที่ 1 เมษายน. 2555 ถึงงวดวันที่ 16 มีนาคม 2556
อย่างไรก็ตามนายอารีพงศ์ เข้ามาสะสางปัญหาดังกล่าวและต้องการหาทางยึดโควต้าสลากเก่าคืนจากกลุ่มทุนที่ได้รับโควต้าสลากจากมูลนิธิสำนักงานสลากฯ โดยพยายามทำให้มติของบอร์ดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2554 ที่มีมติไม่ต่อสัญญากับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก สมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศ มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มูลนิธิพันเอกจินดา ณ สงขลา ว่า มีผลที่ไม่สมบูรณ์บ้าง หรือโต้แย้งว่ายังไม่รับรองรายงานการประชุมทำให้ผลของมติดังกล่าวก็ยังไม่สมบูรณ์
แต่ ความพยายามดังกล่าวไม่อาจสำเร็จได้โดยง่าย เพราะตามเอกสารลำดับเหตุการณ์ของสำนักกองสลากระบุว่า ในการประชุมบอร์ดสลากินแบ่งรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2555 สำนักงานกฎหมายของสำนักงานสลาก เห็นว่า มติดังกล่าวมีผลสมบรูณ์แล้ว ถึงแม้ไม่มีการรับรองรายงานการประชุม เมื่อมีการลงนามไปแล้วจึงมีผลผูกพันให้สำนักงานสลากฯต้องปฎิบัติตาม
แต่บอร์ดชุดใหม่ยังโต้แย้งว่า กรณีดังกล่าวเป็นการดำเนินการก่อนมีมติไม่รับรองรายงานการประชุม ดังนั้นเมื่อกรรมการส่วนใหญ่ไม่รับรอง ให้มีการดำเนินการสิ่งที่สำนักกฎหมายรายงานยังไม่มีความชัดเจน จึงขอให้สำนักงานสลากฯ ไปพิจารณาแล้วนำเสนอคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง
จุดนี้คือ ปมขัดแย้งระหว่างบอร์ดกับนายสมชาติ วงศ์วัฒนศานต์ เพราะบอร์ดสลากกินแบ่งฯต้องการส่งสัญญาณให้นายสมชาติใช้อำนาจผู้อำนวย การไปยึดสลากที่ได้จัดสรรให้กับมูลนิธิสำนักงานสลากคืน แต่นายสมชาติปฏิเสธ และโต้แย้งว่าถ้าจะให้ไปยึดคืนก็ต้องเป็นมติของบอร์ดเช่นกัน
เมื่อเป็นเช่นนี้นายสมชาติก็ถูกบอกเลิกจ้างก่อนหมดสัญญาเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา
จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสำนักงานสลากฯสรุปได้ว่า เป็นการขัดแย้งกันของกลุ่ม ผลประโยชน์ในพรรคเพื่อไทยและผลประโยชน์ของคนในที่มีอิทธิพลในพรรคซึ่งต่างอ้างเป็นว่า คำสั่งตรงจากนายใหญ่-นายหญิงทั้งสิ้น
Tags: บิ๊ก, ผลประโยชน์, ล้างบาง, สนง.สลากฯ, เบื้องหลัง, เพื่อไทย
ผมเคยได้ยินแม่บ้านที่ที่ทำงานบอกว่า พอใกล้สลากกินแบ่งรัฐบาล เธอจะรอเลขจากคนขับรถที่เป็นเสื้อแดง และบอกว่า เรียกกัีนว่า “หวยเสื้อแดง” ซึ่งจะเป็นการแจ้งเลขที่จะไปแทงให้แก่กันในกลุ่ม ไม่รู้ว่า คุณประสงค์เคยได้ยินเรื่องพวกนี้หรือไม่ และจริงเท็จแค่ไหนครับ
ไม่ทราบครับ เรื่องนี้ต้องฟังแล้วพิจารณาว่าเป็นไปได้หรือไม่
Leave your response!
วางแผงแล้ว !!
คำถามที่ "ยิ่งลักษณ์" ไม่กล้าตอบ และหนังสือ เรื่องไม่ได้เล่าเช้านี้ สำหรับใครที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ 3 ช่องทางดังนี้2.สั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ 3.โทรศัพท์: 081-634-7826 (คุณเล็ก)
ข่าวเด่น »
หมวดหมู่
Link
Calendar
Tag Cloud
ก.ล.ต. กทม. กฤษฎีกา กสทช. ขุมทรัพย์ คนใกล้ชิด ครอบครัว คอป. ชัจจ์ ชำแหละ ณัฐวุฒิ ถือหุ้น ทรัพย์สิน ทักษิณ ธุรกิจ นอมินี นักการเมือง นิติราษฎร์ น้ำท่วม บริษัท ป.ป.ช. ปตท. ปริศนา ปล่อยกู้ ยิ่งลักษณ์ รัฐมนตรี รับเหมา ลูกหนี้ สรยุทธ หุ้น หุ้นส่วน หุ้นใหญ่ อสมท เครือข่าย เครือญาติ เบื้องหลัง เปิดตัว เพื่อไทย เมีย แกะรอย แต่งตั้ง โฆษณา โปรดเกล้าฯ โอนหุ้น ไร่ส้มข่าวประชาสัมพันธ์ »
Popular Posts