Home » กฎหมาย, การเมือง

สุดเวทนา และ สุดวิปลาส !!!

Author by 13/06/122 Comments
 

โดยวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ http://www.facebook.com/verapat/posts/3110014203481

ข่าวล่าสุด วันนี้ จาก ศาล รธน. ปรากฏว่า ศาล “มีมติรับคำร้อง” คุณเรืองไกร ฟ้อง “รัฐบาลอภิสิทธิ์” ตาม มาตรา 68 !!!!

คุณเรืองไกร (อดีต ส.ว. ที่อาศัย ศาล ล้ม “รัฐบาลสมัคร” มาแล้ว) ยื่นคำร้องต่อศาลว่า

“ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ว่า การใช้อำนาจในการบริหารประเทศของรัฐบาลขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นการได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถี ทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือไม่”

ปรากฏวันนี้ ศาลรับคำร้องมาพิจารณา เพราะบอกว่าเข้าเกณฑ์การยื่นคำร้องตาม มาตรา 68

“สุดเวทนา” เพราะคงจะมีแต่เสียงก่น ว่าเมื่อสุดท้ายศาลก็คงมีเหตุผลอธิบายอย่างสวยงามว่า “รัฐบาลอภิสิทธิ์” ใช้อำนาจปกครองประเทศโดยวิธีการที่ถูกต้องแล้ว…ดังนั้น รับไป ก็ได้แต่ถูกหาว่า รับๆไว้ จะได้ไม่ถูกมองว่าสองมาตรฐาน

แต่ “สุดวิปลาส” เพราะนอกจาก ศาลจะทำลายเรื่องอัยการ และ ลบเส้นแบ่งระหว่าง “สิทธิเสรีภาพ” และ “อำนาจหน้าที่” ไปแล้ว ศาลชุดนี้ยัง ได้ทำให้ มาตรา 68 กลายเป็น “  สุดยอดอาวุธ time machine ของตุลาการ ” ที่ย้อนเวลากลับไปตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร หรือ ฝ่ายอื่น ในอดีตได้ และ “สั้งห้าม” ได้แม้แต่สิ่งที่ยังอาจต้องรอดูอนาคต !!!

ย้อนได้ทั้งอดีต ห้ามได้ทั้งอนาคต !!!!???

ผมย้ำนะครับ มาตรา 68 ให้อำนาจศาล “วินิจฉัยสั่้งห้ามการกระทำ” เท่านั้น ส่วน ยุบพรรคตัดสิทธิ์นั้น เป็นผลที่อาจตามมาจากการ “สั่้งห้ามการกระทำ”

ดังนั้น เกณฑ์ข้อหนึ่งที่ศาลต้องดู เวลาจะรับคำร้อง ตาม มาตรา 68 คือ ต้องดูว่า การกระทำที่กล่าวอ้างนั้น ได้เกิดขึ้นแล้วหรือไม่ และได้จบสิ้นไปแล้วหรือไม่ มิใช่ทำตัวมี time machine ย้อนได้ทั้งอดีต และ สั่งห้ามได้ถึงอนาคต

ศาลจึงไม่มีอำนาจใดๆ ที่จะย้อนกลับไปตรวจสอบสิ่งที่กระทำจบสิ้นไปแล้ว เพราะ มาวันนี้ ไม่มี “รัฐบาลอภิสิทธิ์” อีกแล้ว และไม่มีอะไรที่ศาลจะไป “สั่้งห้ามการกระทำ” ได้อีก

ไม่ต่างจากที่ศาล ไม่มีอำนาจใดๆ จะมาสั่งห้ามการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บนการคาดเดาที่สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

ขอให้ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า บัดนี้ ศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน ได้เข้าสู่ภาวะการทำลายตัวเอง (self-destruction) อย่างหยุดยั้งไม่ได้แล้ว

Tags: ,

บทความที่เกี่ยวข้อง

2 Comments »

  • pong said:

    ผมไม่ใช่ทนายแต่เป็นลูกตำรวจที่อยู่บ้านพักตำรวจติดกับสถานีตำรวจได้อ่านวารสารตำรวจตั้งแต่เรียนป.1จนเรียนจบป.ตรี(พ่อได้รับวารสารตำรวจเดือนละฉบับ)ตอนเรียนโทต้องเข้าไปเกี่ยวกับพรรคการเมืองเพื่อหารายได้มาพัฒนาเคหะชุมชนบางนา(จัดงานออกร้านตามประเพณีแบบบริสุทธิ์นะครับ)สอบชิงทุนได้ไปเรียนต่อบริหารที่เยอรมันก็ต้องเรียนกฎหมายประกอบด้วย สอบไปเรียนด้านไอทีที่ญี่ปุ่นก็ต้องเรียนกฎหมายด้วย(กฎหมายรัฐธรรมนูญทั้ง2ประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทั้ง2ประเทศเจริญก้าวหน้า)ผมเคยว่าจ้างทนายในคดีเช็คโดยจ่ายเงินไปทั้งหมดแล้วทนายไม่มาว่าความให้เลย ผมเลยต้องว่าความให้ตัวเองในคดีอาญาทั้งศาลชั้นต้นและอุทธรณ์จนชนะคดีทั้ง2ศาล โจทย์ฟ้องแพ่งต่อผมก็ว่าความให้ตัวเองจนชนะทั้ง2ศาลอีกเช่นเคย แม้ว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ2550 ผมยังอ่านไม่ครบทุกฉบับเพราะไม่ได้เป็นเลขาธิการพรรคการเมืองแล้ว แต่ก็มั่นใจว่าหลักการของศาลรัฐธรรมนูญคือตัดสินในเรื่องการกระทำหรือกฎหมายที่ขัดกับรัฐธรรมนูญโดยไม่คำนึงว่าจะได้ผ่านมาแล้วหรือยัง? การสั่งระงับการกระทำไม่ใช่หลักเกณฑ์การทำงานของศาลฯ แต่เป็นวิธีการทำงานต่างหาก ผมมิบังอาจที่จะสอนสังฆราช(ศาลฯ) แต่ผมขอสอนนักกฎหมายอิสสระให้มีสติเพิ่มอีกนิดครับ

  • nut said:

    กฎหมายก็อย่างนี้แหล่ะ ถ้าตราบใดนักกฎหมายไม่มีคุณธรรมในจิตใจ ไม่สำนึกถูกผิด รัฐธรรมนูญอาจต้องมีเป็นพันมาตราแน่ๆ ตามสูตรที่ว่า ถ้าตัวเองกระทำการใดๆแล้วได้ประโยชน์ก็บอกว่ากฎหมายไม่ได้ห้ามทำ แต่ถ้าดูแล้วทำแล้วตัวเองไม่ได้ประโยชน์แต่ส่วนร่วมได้ประโยชน์ก็ไม่ทำอ้างว่ากฎหมาไม่ได้ให้อำนาจกระทำ เหมือนอย่างนักกฎหมายบางรัฐบาลกล่าวไว้

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.

84 queries. 0.219 seconds. | Prasong theme by TaroRoot