Home » การเมือง, สัมภาษณ์

ประธานทีดีอาร์ไอ วิพากษ์นโยบายรัฐบาล“ยิ่งลักษณ์”จับประเทศเป็นตัวประกัน

Author by 11/07/113 Comments

สัมภาษณ์โดย ธิดามนต์ พิมพาชัย  ศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน สำนักข่าวอิศรา

—————————————————

สัญญาประชาคมที่พรรคเพื่อไทยให้ไว้โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ล้วนเป็นประชานิยมที่จะใช้เม็ดเงินมหาศาล ศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน สำนักข่าวอิศรา สัมภาษณ์ รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่เชื่อว่าเป็น “หลุมพราง” ที่นำไปสู่การครอบงำการเมืองพรรคเดียว โดยใช้นโยบายเศรษฐกิจนำ เอาใจชนชั้นกลาง

จากประชานิยมรากหญ้าสู่นโยบายมัดใจชนชั้นกลาง

จากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่า พรรคเพื่อไทยได้ใจคนภาคอีสาน และภาคเหนือแล้ว แต่ภาคกลาง กรุงเทพฯ ที่ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางจำนวนมาก ยังขาดอยู่ นโยบายประชานิยมหลายข้อจากรัฐบาลชุดนี้ จึงเป็นการเอาใจชนชั้นกลางในเมือง ทั้งเรื่องการคืนภาษีบ้าน และรถยนต์ ค่าจ้างขั้นต่ำ และเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท เพื่อหวังผลทางการเมือง

ชนะใจคนฐานล่างแล้ว ก็มาชนะใจชนชั้นกลางในเมืองบ้าง เป็นความต้องการครอบงำการเมืองไทย อ.นิพนธ์กล่าว

ทำตามวาระหาเสียง  ปัญหาค่อยตามแก้ : เอาประเทศเป็นตัวประกัน

ประธานทีดีอาร์ไอ บอกว่านโยบายต่างๆที่ประกาศไปแล้ว รัฐบาลพรรคเพื่อไทยคงต้องเดินหน้าทำให้ได้ ส่วนผลกระทบจะเป็นอย่างไรนั้นเขายังไม่สนใจ เพราะต้องเอาฐานเสียงก่อน แล้วค่อยแก้ปัญหาในภายหลัง โดยเฉพาะเรื่องค่าแรงขั้นต่ำที่หลายฝ่ายกังวล รัฐบาลอาจกำหนดเป็นนโยบาย ถ้าภาคธุรกิจไม่เห็นด้วย หรือโรงงานขนาดเล็กจ่ายไม่ไหว ก็ผิดกฎหมาย และเป็นข้ออ้างได้ว่า ทำแล้ว แต่ธุรกิจไม่เอาด้วย แม้ทำไม่ได้จริง แต่ได้ใจ

“สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นอันตรายมาก เพราะเป็นการเอาประเทศเป็นตัวประกัน ทั้งการคลัง และภาคธุรกิจ” อ.นิพนธ์กล่าว พร้อมอธิบายในเชิงเศรษศาสตร์ว่า

นโยบายประชานิยมที่ใช้เงินของรัฐ เป็นการผลักภาระให้ประชาชนในอนาคต เรียกว่า การใช้งบกึ่งคลัง โดยให้สถาบันการเงินของรัฐจัดการ เช่น นโยบายจำนำข้าว ใช้วงเงินสูงถึง 6 แสนล้านบาท นับว่าลงทุนสูงมาก ถ้าเป็นนักธุรกิจก็เป็นการลงทุนที่เสี่ยง และเป็นความเสี่ยงที่เกิดกับระบบเศรษฐกิจไทยโดยรวม ไม่ใช่แค่การคลัง แต่เกิดกับภาคธุรกิจด้วย เพราะการลงทุนครั้งนี้ไม่ได้ควักกระเป๋าตัวเอง เป็นเงินของรัฐบาล และกลุ่มธุรกิจ อย่างไรก็ตามเขามองว่า ยิ่งเสี่ยง ยิ่งผลตอบแทนสูง (High Risk High Return)

นโยบายแบบนี้จะทำให้รัฐบาลปิดฉากเร็วไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ ถึงตอนนั้นฐานเสียงก็พร้อม บ้านเลขที่ 111 พ้นโทษ และจะมีการกลับมาของคุณทักษิณ แต่จะมีอำนาจอีกครั้งหรือไม่ ไม่ทราบ”

ปูทางสู่ระบบ “การเมืองพรรคเดียว”

จากบทเรียนที่ผ่านมา นโยบายประชานิยมครั้งนี้มีความแนบเนียนกว่าเดิม เห็นได้ชัดเจนว่าคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชูนโยบาย ไม่คอร์รัปชั่น ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีการตั้งบุคคลที่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ และฉากหน้าจะไม่มีการคอร์รัปชั่นแต่อย่างใด แต่อาจมีในกลยุทธ์อื่นๆ เช่น การปั่นหุ้น ฯลฯ

ในสถานการณ์นี้ พรรคเพื่อไทยจะกลายเป็นพรรคเดียวครอบงำประเทศไทย พรรคประชาธิปปัตย์ จะเล็กลงเรื่อยๆกลายเป็นพรรคขนาดกลาง

เมื่อมีเสียงข้างมากเกิน 300 เสียง พรรคอื่นๆ ก็มีไว้แค่ประดับรัฐสภา อำนาจบริหาร และนิติบัญญัติและอำนาจอื่นๆ ก็ถูกครอบงำ

ถ้าทฤษฎีที่กล่าวมาถูกต้อง ก็จะมีเหตุการณ์มีสองทางภายใต้นโยบายของรัฐบาลใหม่

ทางแรก คือ มีนักการเมืองที่ใสสะอาด ไร้การทุจริต มีเศรษฐกิจเติบโตเหมือนสิงคโปร์ แต่สิ่งเดียวที่ประเทศไทยจะเสียคือ เสรีภาพทางทางความคิดของสื่อ ประชาชน และนักวิชาการ

ทางที่สอง คือ มีการครอบงำประเทศแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งเศรษฐกิจการเมือง การปกครอง และกระบวนการยุติธรรม แล้วกลายเป็นระบบที่นักการเมืองแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจ ประชาชน คนชั้นกลาง นักวิชาการไม่มีสิทธิ์พูดจา อย่างเช่นประเทศในลาตินอเมริกา

ตือนประชาชนต้อง “เท่าทัน” - ฝ่ายค้านต้องปรับตัว

เมื่อถามถึงทางออกของปัญหา ประชาชนต้องทำอย่างไร ประธานทีดีอาร์ไอเสนอว่า ประชาชนต้องรู้เท่าทันก่อน ต้องรับรู้ว่า ของที่รัฐบาลหยิบยื่นให้นั้นไม่ใช่ของฟรี แต่เป็นการล้วงประเป๋าประชาชนแล้วเอามาแจก ระชาชนต้องผ่านบทเรียนเอง แต่บทเรียนนี้อาจช้าเกินไป และที่สำคัญฝ่ายค้านที่มีอำนาจถ่วงดุลการทำงานของรัฐบาลต้องปรับตัว

พรรคการเมืองที่ต้องปรับตัวมากที่สุดคือ พรรคประชาธิปัตย์ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความล้มเหลวทางการตลาด แต่เป็นความล้มเหลวเรื่องการบริหารพรรค การบริหารประเทศ

แต่ระบบประชาธิปไตยที่แข็งแรง ระบบสองพรรคต้องสูสีกัน ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ ในบางช่วงพรรคหนึ่งอาจมีนโยบายในการบริหารประเทศที่ดีกว่า ไม่ใช่พรรคเดียวแบบครอบงำ จะไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบเข้มแข็ง แต่เป็นประชาธิปไตยเผด็จการ

“แต่ถึงวันนั้น คนจำนวนมากอาจไม่ใส่ใจประชาธิปไตยแล้ว ตราบใดที่การเมืองสงบสุข ไม่มีคนออกมาขัดแย้งบนท้องถนน” ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ ทิ้งท้ายอย่างกังวล.

ที่มา :http://www.isranews.org/community-news/สัมภาษณ์พิเศษ/item/2759.html

—————————————————————-

สัญญาประชาคมของพรรคเพื่อไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง

  1. สร้างเขื่อนกั้นทะเล สมุทรสาคร-สมุทรปราการ เพื่อรับมือปัญหาน้ำทะเลหนุ่น และน้ำท่วมกทม.จะก่อสร้างเขื่อนลึกลงไปในทะเล 10 กม. ยาว 30 กม. ถมทะเลเพื่อสร้างเมืองใหม่รวม 200,000 ไร่
  2. ปรับปรุง 25 ลุ่มน้ำ ดึงน้ำจากพม่า ลาว กัมพูชา เช่น เขื่อนฮัจจี-พม่า น้ำงึม-ลาว หรือ แม่น้ำสตึงนัม-กัมพูชา โดยมีการเชื่อมแม่น้ำด้วยคลองใหม่
  3. สร้างรถไฟฟ้า 10 สาย ในกทม. เก็บ 20 บาทตลอดสาย พร้อมก่อสร้างรถไฟรางคู่เชื่อมชานเมือง
  4. ทำแลนด์บริดจ์ภาคใต้ ก่อสร้างสะพานเศรษฐกิจเชื่อม 2 ฝั่งอันดามัน กับอ่าวไทยโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และไม่ทับพื้นที่สุสานมุสลิม
  5. ขจัดยาเสพติดใน 12 เดือนขจัดปัญหาความยากจนใน 4 ปี รื้อฟื้นกองทุนหมู่บ้าน และกองทุน SML กลับมาเป็นกลไกหลักของการแก้ไขปัญหา เพิ่มเงินกองทุนอีก หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท เพื่อให้เกิดการหมุนเวียน และแก้ไขปัญหาเงินนอกระบบ
  6. พักหนี้ครัวเรือนที่ต่ำกว่า 5 แสนบาท อย่างน้อย 3 ปี ส่วนหนี้ไม่เกิน 1 ล้านบาท เข้าสู่การปรับโครงสร้างหนี้
  7. รื้อฟื้นโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคได้จริง พร้อมปรับปรุงโรงพยาบาลและศูนย์บริการสาธารณะสุขทั่วประเทศ
  8. เพิ่มงบองค์กรท้องถิ่น 25% - ไม่ให้มีการทุจริต
  9. จำนำข้าวเปลือก 15000-20000 บาท/ต่อตัน ฟื้นระบบจำนำ ประกันราคาข้าว กำหนดราคารับจำนำตามที่ระบุไว้ เพื่อให้ชาวนามีรายได้สูง
  10. แจกเครดิตการ์ดให้เกษตรกร สามารถรูดซื้อวัตถุดิบการเกษตร และจัดระบบการหักล้างทางบัญชีกับพ่อค้า โดยมีวงเงิน 70% ของมูลค่าผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับจากการเพาะปลูก
  11. ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เหลือ 20% ในปี 2556 ปรับลดหย่อนภาษีนิติบุคคล จาก 30% เป็น 20 % ในปี 2555 เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างสิงคโปร์ปัจจุบัน เก็บที่ 18%
  12. ตั้งกองทุนตั้งตัวให้นักศึกษา 1,000 ล้านบาท ตั้งกองทุนให้กู้ยืมในมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐ เอกชน แห่งละ 1,000 ล้านบาท
  13. ตั้งกองทุนร่วมทุนทุกจังหวัด เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุมัติเงินกู้แก่ธุรกิจที่น่าสนใจ
  14. คืนภาษี-เพิ่มค่าลดหย่อนให้ผู้ซื้อบ้าน-รถยนต์คันแรก ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยคืนเงินภาษีให้กับผู้ซื้อรถยนต์คันแรก และบ้านหลังแรก
  15. ยกเลิกกองทุนน้ำมัน – เพื่อให้ราคาน้ำมันถูกลง
  16. แจก Tablet PC ให้เด็กนักเรียน ฟรี อินเทอร์เน็ตในที่สาธารณะ
  17. ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ภายใน 90 วัน จบ .ตรี เงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท
  18. ทำสนามบินสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการบิน
  19. จัดตั้งกองทุนทรัพย์สินของชาติ
  20. ชายแดน 3 จังหวัด เป็นเขตปกครองพิเศษ แก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ .

 

 

Tags: , ,

บทความที่เกี่ยวข้อง

3 Comments »

  • ติดแก๊ส said:

    ชอบมากเลยค่ะ สำหรับข้อมูลของแก๊ส ดีๆ ไว้จะ bookmark เก็บเป็นข้อมูลนะค่ะ

  • admin (author) said:

    ขอบคุณครับ

  • usa.the aura said:

    ไม่ต้องการให้ข้อมูลที่ทุกคนสืบเสาะแสวงหามาได้ด้วยความยากลำบากต้องสญเปล่า เป้าหมายนี้น่าจะทำเพื่อให้ประชาชนคิดได้และ ไม่ช่วยกันไปส่งเสริมเพิ่มอำนาจให้กับคนกลุ่มนั้น แต่ตอนนี้มีคนสนับสนุนเค้ามากเกินไปเพราะนโยบายเอาใจคนรากหญ้าซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ขาดวุฒิภาวะ เชื่อคนง่าย และกำลังขยายพื้นที่มายังชนชั้นกลางอีกซึ่งยังมีคนที่แยกแยะไม่ได้อีกมาก จึงอยากให้กลุ่มคนที่ต้องการหยุดสิ่งเหล่าเพื่อความถูกต้อง เพื่อให้มีการเปลี่ยนถ่ายอำนาจกันแบบใช้คุณธรรมชี้วัด มารวมพลังกันดีไม๊เพราะกลุ่มที่คิดแบบนี้มีทั้งปัญญาและเงินอยู่ในมือถึงไม่มากเท่าทุนกลุ่มนั้นแต่ลองรวมตัวกันหาจุดศูนย์กลางที่ดี คงเติบโตเร็วกว่าที่เราคิด และอาจเป็นพลังที่ดีที่จะทานอำนาจกับคนกลุ่มนั้นที่ทุน มีอิทธิพล กลุ่มมันสมองก็เป็นพวกนีดเงินเป็นส่วนใหญ่ พลังของพวกน่าจะควบคุมยากและใช้องคาพยพมหาศาลกว่าฝั่งปัญญาชนที่บริหารจัดการอย่างมีระบบ ขอเสนอให้พวกเราหาแนวร่วมที่พร้อมสละเงิน เวลา มาช่วยกันบริหารจัดการ ต่อต้านอำนาจอุบาทว์กันดีกว่าค่ะ ประสานงานทางอีเมลล์ได้ตลอดถ้าเห็นด้วย

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.

87 queries. 0.247 seconds. | Prasong theme by TaroRoot