“ทนง”รับ“ ไพโรจน์”ทาบตั้ง บริษัทพลังงาน ปัดเอี่ยว“ทักษิณ”
2 คนใกล้ชิดพัลวัน“ทักษิณ”ไม่เกี่ยวตั้ง บ.พลังงาน “วิกรม”อดีตทูตลอนดอน จำไม่ได้ใครทาบ ทั้งที่เอกสารยัน ด้าน“ทนง”รับ“ไพโรจน์ เปี่ยมพงษ์สานต์”ชวน แค่เริ่มคุยอินโดนีเซีย อ้างเสี่ยบ้านฉาง-อดีตนายกฯแยกทางเดินกว่า 2 ปี
กรณีสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ตรวจสอบพบว่า กรรมการบริษัทในกลุ่มบ้านฉาง กรุ๊ป ของนายไพโรจน์ เปี่ยมพงศ์ศานต์ นักธุรกิจที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ร่วมกันจัดตั้ง บริษัท เอ็มไพร์ เอเซีย เอนเนอร์ยี่ กรุ๊ป จำกัด ประกอบกิจการค้าเกี่ยวกับด้านพลังงาน โดยมีบุคคลที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ประกอบด้วย นายทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ นายพละ สุขเวช นายทนง พิทยะ นายวิกรม คุ้มไพโรจน์ นายสุวิทย์ ปิตรชาต เป็นกรรมการ และมีความเชื่อมโยงทางธุรกิจกับกลุ่มเชฟรอนยักษ์ธุรกิจพลังงานจากสหรัฐ
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2555 นายวิกรม คุ้มไพโรจน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงลอนดอน อดีตรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ถึงการปรากฏชื่อเป็นกรรมการบริษัท เอ็มไพร์ เอเซีย เอนเนอร์ยี่ กรุ๊ป จำกัด โดยยืนยันว่า ไม่รับทราบข้อมูลการที่มีชื่อของตนเอง เข้าไปนั่งเป็นกรรมการบริษัทแห่งนี้
“ผมไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย อาจจะมีใครเอาชื่อผมเข้าไปใส่ไว้ก็ได้”
เมื่อถามว่า แต่บริษัทฯ มีการแนบบัตรประจำตัวประชาชนของ นายวิกรมในการเข้าเป็นกรรมการบริษัทแห่งนี้ด้วย
นายวิกรม กล่าวว่า “ผมไม่รู้เลยจริงๆ ว่าใครใส่ชื่อผมเขาไป ไม่รู้เรื่องเลย นะ บัตรประจำตัวประชาชน ก็คงมีพรรคพวกมีอยู่ ”
จากนั้น นายวิกรมได้ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า กรรมการบริษัทแห่งนี้ มีใครบ้าง เมื่อผู้สื่อข่าวเอ่ยรายชื่อกรรมการคนอื่นให้ฟัง ได้แก่ นายทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ นายพละ สุขเวช นายทนง พิทยะ นายวิกรม คุ้มไพโรจน์ นายสุวิทย์ ปิตรชาต
นายวิกรม กล่าวยืนยันว่า “ไม่รู้นะ ผมยังไม่ได้ยืนยันกับใครเลย”
เมื่อถามย้ำว่า ใครเป็นคนที่มาทาบทามให้เป็นกรรมการบริษัทนี้
นายวิกรม กล่าวว่า “ไม่รู้ซิ มันตั้งนานแล้ว จำไม่ได้แล้ว ไม่รู้ว่ามีบริษัทฯ นี้อยู่ด้วยซ้ำ”
เมื่อถามว่า มองอย่างไร ที่กรรมการบริษัทฯ ล้วนแล้วแต่ปรากฏชื่อของคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพ.ต.ท.ทักษิณ นายวิกรม ยืนยันชัดเจนว่า “เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับท่านทักษิณอย่างแน่นอน”
“ เรื่องของผมกับท่านทักษิณ ที่ไปช่วยเจรจาซื้อทีมฟุตบอลแมนซิตี้ ผมไม่ค่อยได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรจริงๆ แต่ช่วงที่จะมี การซื้อทีมลิเวอร์พูล ยอมรับว่า ผมอาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง เพราะตอนนั้นมีตำแหน่งเป็นทูตอยู่ และในช่วงแรก ก็มีความคิดที่จะให้กองสลากไปซื้อ เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ผมก็ต้องเข้าไปช่วยพูดช่วยติดต่อให้ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก เพราะท่านทักษิณ เขามาพรรคพวกทั้งที่เป็นนักธุรกิจ อย่างคุณพงษ์ศักดิ์ (รักตพงศ์ไพศาล) อะไรแบบนี้ ท่านทำของท่านได้เองเลย ดังนั้น ตอนจะซื้อลิเวอร์พูล ผมอาจจะเข้าไปยุ่งนิดหน่อยแต่ซื้อทีมแมนซิตี้ ไม่ได้ยุ่งเลย ทำท่านของท่านเอง เพราะผมเกษียณอายุพอดี”
เมื่อถามว่า แต่มีการมองว่า คุณวิกรม มีสายพันธ์ใกล้ชิดกับคุณทักษิณ นายวิกรมตอบว่า “ผมเคยเจอคุณทักษิณ เฉพาะตอนที่อยู่ในตำแหน่งเท่านั้น ท่านเป็นคนที่มีความคิด มีสไตล์การทำงานก้าวหน้า เป็นสิ่งที่ผมชื่นชม แต่ถ้าถามว่า ผมสนิทชิดเชื้อกับท่านหรือไม่ น่าจะเป็นแบบปลายๆ ยิ่งกว่าปลายแถวอีกมั่ง และผมก็ไม่เคย ที่จะวิ่งเข้าไปหาหรือไปทำอะไรให้ท่าน ไม่เช่นนั้นปานนี้ ผมก็คงใหญ่โตไปแล้วมั่ง”
เมื่อถามว่า แต่มีข่าวว่าเคยถูกเสนอชื่อเป็น รมว.ต่างประเทศ สมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายวิกรม กล่าวว่า “คงไม่ได้ทาบ ถามคงพูดกันไปเองในสื่อ โอ้โห้ไปกันใหญ่โต
เมื่อถามว่า หลังจากเกษียณราชการ มีโอกาสพบปะคุณทักษิณ หรือไม่ นายวิกรม หยุดคิดนิดหนึ่งก่อนจะตอบว่า “น้อยมาก เพราะว่าท่านอยู่ที่ไหนยังไม่รู้เลย ไม่เคยไปหาท่านเลย ท่านอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ และเราก็เกษียณอายุแล้ว เราก็ทำอะไรของเราไปตามเรื่อง”
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า คุณทักษิณ เข้าไปลงทุนทำธุรกิจพลังงานในกัมพูชา นายวิกรม ตอบว่า “โอ้ไม่เกี่ยวเลยๆ ตอนหลังเรื่องธุรกิจผมไม่เคยรู้เรื่อง ไม่เคยเกี่ยวข้องเลย”
เมื่อถามย้ำว่า คนที่มาชวนให้เป็นกรรมการบริษัท เอ็มไพร์ฯ คือ คุณทักษิณ ใช่หรือไม่ นายวิกรม กล่าวว่า “ไม่รู้เลย บริษัทแห่งนี้ เป็นของคนอื่นมั่ง คงไม่ใช่ ของท่านทักษิณ ไม่น่าจะเกี่ยว อันนี้คงไม่ใช่บริษัท ท่านทักษิณ แน่”
“บริษัทแห่งนี้ น่าจะเป็นกลุ่มอิสระมากกว่า คือเขาทำของเขาเอง แล้วก็หาทางเชื่อมติด กับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ไม่ใช่ของท่านทักษิณนะ ไม่ใช่นะ ไม่เกี่ยวเลย เพราะท่านทักษิณ คงไม่มายุ่งเรื่องแบบนี้ ท่านคงไปที่โน่นที่ไหนของท่าน คงไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรแถวนี้ ไม่ใช่พันเปอร์เซ็นต์ บริษัทเล็กๆ แบบนี้ ท่านคงไม่มายุ่งหรอก”
นายวิกรม กล่าวต่อไปว่า ส่วนที่มีชื่อของตนเองเขาไปปรากฏเป็นกรรมการอยู่ด้วย คนที่ต้องการจัดตั้งบริษัท คงอยากได้ชื่อไป เพื่อให้ครบองค์ แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นบริษัททำอะไรเลย ตั้งมาตั้งนานแล้ว
“ผมยังไม่เคยได้รับเงินเดือนจากบริษัทเลยนะ (หัวเราะ) หนึ่งไม่มีเงินเดือน สองมีแต่ความตั้งใจจะทำ อาจจะตั้งบริษัทขึ้น แต่ยังไม่ได้มีธุรกิจธุรกรรมอะไรเลย ไม่เช่นนั้น กรรมการก็คงได้เงินเดือนแล้ว เรื่องนี้ไปเช็คได้เลย ถ้ามีรายได้เข้ามา ต้องมีภาษี ที่จะต้องจ่ายตรงนี้ไปดูได้เลย”
เมื่อถามความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ กับนายไพโรจน์ เปี่ยมพงศ์ศานต์ นายวิกรม ตอบว่า “เป็นเพื่อนกันมานาน แต่ช่วงหลังๆ ต่างคนก็ไม่ค่อยได้เจอกัน และเท่าที่ทราบตอนนี้เขาก็ไม่ได้ อยู่ในเมืองไทย ไม่ได้เจอกันหลายปีแล้ว”
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่คนมาชวนให้เป็นกรรมการบริษัทฯ คือ คุณไพโรจน์ นายวิกรม หยุดคิด ก่อนจะตอบว่า “ไม่ทราบซิ อาจจะเป็น.. แต่อย่าไปโยงอะไรกับใครเลยดีกว่านะ”
เมื่อถามว่า ถ้าบริษัทแห่งนี้ พร้อมเดินหน้าต่อไป จะยังร่วมงานด้วยหรือไม่ นายวิกรมกล่าวว่า “ถ้าเขาเดินไปก็คงมาบอก แต่เขาไม่ได้เดินอะไรนิ ยังไม่ได้ทำอะไร ตอนนี้ทุกอย่างเงียบหมด ทุกคนก็คงมีแต่ชื่อ ซึ่งก็คงเป็นความตั้งใจของคนที่อยากทำ ธุรกิจพลังงาน โดยเอาคนที่มีความเชี่ยวชาญ ผู้ใหญ่ ในวงการ เข้าไปร่วม เขาก็ทำกันไป ให้ครบองค์ประกอบของชื่อ เขาคงเห็นว่า เป็นชื่อ ที่ใช้ได้ ทำประโยชน์ได้ เขาก็เลยเอาไปใช้ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเลย”
“สรุปก็คือ มีการตั้งบริษัทขึ้นเพื่อคิดว่าอยากจะทำอย่างโน่นอย่างนี่ แต่ว่าก็คงอยู่ในขั้นเริ่มต้น แต่ช่วงที่ผ่านมาธุรกรรมด้านนี้ไม่ดีเท่าไร และก็คงยังไม่มีอะไร ผมก็คงตอบได้แค่นี้ แต่สำหรับผมเกี่ยวกับบริษัทนี้ คงไม่ยุ่งอะไรด้วยแล้ว คงไม่แล้ว ไม่เอาดีกว่า ไม่สนใจดีกว่า ไม่รู้ซิไม่ชอบอะไรที่ไม่แน่นอน เดินมานานแล้วยังเป็นแบบนี้ ก็คงไม่เอาแล้ว ก็ปล่อยให้เป็นแบบนี้ไป”
“แต่ยืนยันว่าบริษัทฯ นี้ คงไม่เกี่ยวกับท่านทักษิณแน่นอนไม่มีทาง คนชอบโยงผมไปเกี่ยวกับท่านทักษิณ แต่ผมกับท่านทักษิณไม่เคยพูดกันเรื่องนี้เลย และเราเองเรื่องธุรกิจก็ไม่เก่งแน่ เรื่องรมว.ต่างประเทศ ก็คงมีคนโยนชื่อเป็นก้อนหินถามทางเท่านั้น คงไม่จริงหรอก ผมอยู่ของผมแบบนี้ก็ดีแล้ว ”
เมื่อถามว่า บอกไม่ได้หรือว่า ใครเป็นผู้ทาบทามให้มาเป็นกรรมการบริษัทฯ นายวิกรมกล่าวว่า “ จำไม่ได้แล้ว คงไม่รู้ใครเป็นใคร แล้วตอนนั้น จำไม่ได้เลย ไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้รับเงินเดือน ไม่ได้รับความคืบหน้า การติดต่อ อะไร เลยไม่แน่ว่าตั้งได้ แต่ไม่ใช่ท่านทักษิณแน่นอน อะไรกระจอกๆ แบบนี้ท่านคงไม่เอามั่ง อย่าเอาไปโยงเลย”
ขณะที่นายทนง พิทยะ อดีตกรรมการบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวยืนยันกับสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ว่า นายไพโรจน์ เปี่ยมพงษ์สานต์ เป็นผู้ขอให้เข้าไปช่วยงาน ต้องการให้เข้าไปช่วยเรื่องการเงิน เมื่อเพื่อนฝูงขอร้องกัน เราก็ไม่ว่าอะไร แต่รู้สึกตอนนี้ว่า บริษัทฯ จะยังไม่ได้ทำอะไร เท่าไร
“บริษัทเอ็มไพร์ เป็นของคุณไพโรจน์ แต่ผมไม่เคยไปประชุมเลย ว่า เขาทำอะไรไปบ้าง ไม่รู้ทำอะไรบ้าง ก็เริ่มต้น พยายามร่วมมือกับอินโดนิเชีย เรื่องพลังงาน ส่วนกรรมการที่มีชื่อปรากฏอยู่ ก็ไม่เคยประชุมอะไรกันเลย”
เมื่อถามว่า มีการมองว่า การเปิดตัวบริษัทแห่งนี้ อาจจะเชื่อมโยงกับท่านทักษิณ นายทนง กล่าวว่า “คุณทักษิณ ไม่เกี่ยวเลยนะ ส่วนคุณไพโรจน์ กับคุณทักษิณ เท่าที่ทราบ เขาแยกกันแล้ว แยกกันไปนานกว่าสองปีแล้ว”
เมื่อถามว่า แยกกันหมายถึงอะไร นายทนง กล่าวว่า “ก็ไม่ได้คุย เลิกติดต่อกันแล้ว เลิกคุย แต่ไม่ทราบว่าปัญหาตรงนั้นคืออะไร เพราะฉะนั้นอันนี้ไม่เกี่ยวข้องเด็ดขาดเลย กับคุณทักษิณ”
เมื่อถามว่า ถ้าบริษัทแห่งนี้ เดินหน้าแล้ว จะทำงานให้ต่อหรือไม่ นายทนง กล่าวว่า “เท่าที่คุยเป็นงานที่ปรึกษา มากกว่า ก็ไม่เป็นไร ผมโอเค แต่ผมยังไม่เห็นมีความก้าวหน้าอะไร ไปจดทะเบียนแล้วก็ไม่ได้ทำอะไร ผมก็เลยไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณทักษิณทั้งสิ้น ”
Tags: ทนง, ทักษิณ, บริษัทพลังงาน, ไพโรจน์


Leave your response!